ไปอย่างพร้อมเพรียง ในสายตาของพวกเขา แค่ศิษย์ชั้นล่างคนหนึ่ง พวกเขาไม่จำเป็นต้องขอบคุณ เขาเองก็ไม่คู่ควรกับคำขอบคุณของพวกเขา
เฟิ่งจิ่วเห็นพวกเขาไม่ขอบคุณเธอสักคำ ซ้ำยังมองข้ามเธอไปเลย เธอเพียงยิ้มๆ กลับไม่ได้ว่าอะไร
“ขอบใจมากเฟิ่งจิ่ว กลับไปข้าจะเลี้ยงเหล้าเจ้าเอง” ลั่วเหิงเดินเข้ามายื่นมือออกมาทำท่าจะตบไหล่เฟิ่งจิ่ว นึกไม่ถึงกลับตบโดนอากาศ
“ศิษย์พี่ลั่ว ตัวข้าสะอาดทั้งตัวนะขอรับ!” เฟิ่งจิ่วถอยหลังไปสามก้าวแล้วยิ้มตาหยีมองเขา
ลั่วเหิงชะงัก จากนั้นก็หัวเราะ “ก็ได้ๆๆ ข้ารู้ว่ามือข้ามีแต่โคลน ไม่โดนตัวเจ้าก็แล้วกัน” ขณะกล่าว ก็หันไปมองรอบๆ แล้วบอกว่า “พวกเราต้องหาที่ล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้ากันหน่อยแล้ว! ทั้งตัวมีแต่โคลนเช่นนี้รู้สึกไม่สบายตัวสักนิด”
“ข้างหน้ามีเสียงน้ำไหล ตามข้ามา!” เฉินเต้าบอก จากนั้นก็นำทางพวกเขาไปข้างหน้า
เฟิ่งจิ่วเดินตามหลังอย่างไม่รีบร้อน เธอเกิดความคิดอยากจะย่องหนีไปเงียบๆ แต่เธอกลับรู้ดีว่า หากเธอหายไป คนอื่นไม่ตามหา แต่เฉินเต้าจะต้องตามหาเธอแน่นอน
แต่หากพูดกับเขาอย่างตรงไปตรงมา แล้วควรใช้ข้ออ้างเช่นไรเล่า? แม้จะบอกไปแล้ว คาดว่าเขาก็คงไม่เห็นด้วย อย่างไรในสายตาของเขา เธอก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเท่านั้น
“ยุ่งยากจริงๆ!”
เธอถอนหายใจด้วยความจนใจ ทำได้เพียงเดินตามพวกเขาไปเรื่อยๆ หวังเพียงว่าพวกเขาจะมุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของป่า เช่นนั้นจึงจะมีโอกาสบังเอิญเจอ