พริบตา มังกรมุดดินขนาดเท่าท่อนแขนสิบกว่าตัวก็โผล่มาอยู่ตรงหน้าพวกเขา บางตัวก็ตวัดหางโจมตีมาที่เท้าของพวกเขา
“อ๊าก! มากันเต็มเลย!”
นักเล่นแร่แปรธาตุสองสามคนนั้นรีบกระโดดขึ้นไปหลบบนต้นไม้ บางคนก็หยิบยาออกมาโปรยข้างหน้าเพื่อไม่ให้มังกรมุดดินเข้าใกล้ แม้แต่เฉินเต้าที่เห็นก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน
แต่เขารู้แล้วว่าเจ้าสิ่งนี้กลัวไฟ จึงรับมือได้ไม่ยากนัก เพียงแต่ เมื่อเห็นพวกนักเล่นแร่แปรธาตุต่างพากันปีนขึ้นไปหลบบนต้นไม้เหมือนลิงค่าง เขาก็เป่าหนวดถลึงตาและด่ากราดด้วยความเดือดดาล
“พวกเจ้าแต่ละคนไม่ละอายบ้างหรือ? แต่ละคนอายุปูนนี้แล้วยังปีนขึ้นไปหลบบนต้นไม้เหมือนลิงไม่มีผิดอีก? นี่คิดจะปล่อยให้ข้าเป็นคนฆ่าเจ้าหนอนพวกนี้คนเดียว? มีคนแล้งน้ำใจและขี้ขลาดเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ? พวกเจ้าไม่อายบ้างหรือไร!”
พวกเขาถูกต่อว่าเช่นนั้น ใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความละอายใจเล็กน้อย แต่กลับไม่ลงไป ซ้ำยังบอกว่า “ศิษย์พี่เฉิน ท่านเป็นหัวหน้านะ ย่อมต้องรับผิดชอบและปกป้องพวกข้าไม่ใช่หรือ? ท่านคิดว่าตำแหน่งหัวหน้ามีไปอย่างนั้นหรือ!”
“อีกอย่าง พลังต่อสู้ของพวกข้าก็ไม่ได้เรื่อง แต่ศิษย์พี่เฉิน ท่านต่างกับพวกข้านี่! ในสายตาท่านมังกรมุดดินพวกนั้นเป็นแค่หนอนตัวน้อย ในสายตาพวกข้าพวกมันตัวใหญ่มหึมา ท่านสามารถฆ่ามันด้วยดาบเดียว แต่พวกข้าอาจถูกกินได้ทุกเมื่อเลยนะ”
ได้ยินประโยคนั้น เฉินเต้าทั้งขำทั้งโกรธ ดูคนพวกนี้พูดเข้าสิ? คนขี้ขลาดย่