ียงเฉินเต้าดังมาจากข้างหน้า
“เช่นนั้นเจ้าก็รออยู่ตรงนี้เถิด! หากถูกตัวอะไรลากไป หรือถูกสัตว์ร้ายอะไรจับไปกิน ก็อย่ามาหาพวกข้าก็แล้วกัน อีกอย่าง พวกข้ามีแต่จะเดินหน้าต่อ ไม่มีเวลาย้อนกลับมาทางเดิมหรอกนะ”
เห็นเฉินเต้าเอ่ยวาจาเหล่านี้โดยไม่แม้แต่จะหันมามอง นักเล่นแร่แปรธาตุเหล่านั้นกัดฟัน สุดท้ายก็ทำได้เพียงตามไปด้วย
ถึงแม้พวกเขาจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ และมีพลังระดับหลอมแก่นพลัง แต่พลังระดับหลอมแก่นพลังของพวกเขาเน้นการฝึกฝนกลิ่นอายพลังวิญญาณเป็นหลัก ส่วนเรื่องพลังต่อสู้เรียกได้ว่าห่วยจนไม่สามารถจะห่วยได้กว่านี้แล้ว และเพราะพลังต่อสู้ไม่ได้เรื่อง พวกเขาจึงไม่มีความมั่นใจยามเคลื่อนไหวอยู่ในนี้ และไม่อาจเดินเหินได้อย่างสบายใจ
ผ่านไปไม่นานเสียงร้องของลั่วเหิงก็เงียบหายไป ราวกับสูญเสียสติสัมปชัญญะไปแล้ว เฟิ่งจิ่วกับเฉินเต้าอดมองหน้ากันไม่ได้ ขณะกำลังจะก้าวไปข้างหน้า เฉินเต้ารั้งเฟิ่งจิ่วไว้
“เจ้าตามหลังข้าไว้”
พูดจบ ก็เดินผ่านเฟิ่งจิ่วไปข้างหน้า เขาไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแค่คิดว่าเฟิ่งจิ่วยังเป็นเด็กหนุ่ม แล้วยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน พลังเช่นนี้ไม่เหมาะแก่การเดินนำหน้า อีกอย่างถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้อาวุโสกว่า ไม่ควรปล่อยให้ผู้น้อยเสี่ยงอันตรายอยู่ข้างหน้า
เฟิ่งจิ่วชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็ผุดยิ้ม เธอเองก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินตามเฉินเต้าไปข้างหน้า พลางสังเกตความเคลื่อนไหวรอบตัวไป