้งแล้ว
“ข้าเองก็รู้กำลังตัวเองดี รู้ทั้งรู้ว่าอย่างไรก็เด็ดไม่ได้ ข้าขี้เกียจเปลืองแรงเปล่า”
ลั่วเหิงกล่าว พลางหันไปมองยังทิศที่เฟิ่งจิ่วชี้ ถามว่า “เฟิ่งจิ่ว ดูไม่ออกเลยว่าเจ้าก็มีความสามารถเรื่องแกะรอยด้วย! แต่ก็จริง ครั้งก่อนเจ้าฆาตกรโรคจิตนั่นก็เป็นฝีมือเจ้ากับข้าร่วมมือกันจับไม่ใช่หรือ?”
พูดถึงเรื่องนี้ เขาหันไปมองคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าภาคภูมิเล็กน้อย “พวกเจ้าวางใจ มีข้าอยู่ ข้าจะปกป้องพวกเจ้าเอง ศิษย์พี่และศิษย์น้องพวกนั้นข้าก็จะหาวิธีช่วยกลับมาให้ได้…อ๊าก!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็เห็นเขาร้องด้วยความตกใจและเสียหลักล้มไปข้างหลัง เสียงกระแทกพื้นดังโครม จากนั้นก็ถูกอะไรบางอย่างลากเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว เขาตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี ร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง
“อ๊าก! รีบช่วยข้าเร็ว มีผีจับขาข้า!”
พวกนักเล่นแร่แปรธาตุที่เดินตามหลังอยู่ต่างตกใจผงะถอยหลัง มองดูคบไฟในมือลั่วเหิงมอดดับเพราะตกพื้น และมองดูเขาถูกอะไรบางอย่างลากเข้าไปในป่าท่ามกลางความมืด นอกจากเสียงร้องของเขา ยังมีเสียงสวบสาบที่ดังยามร่างกายเสียดสีกับพื้นด้วย…
“ไม่ได้การ! ข้าไม่ไปแล้ว ข้างในอันตรายเกินไป”
นักเล่นแร่แปรธาตุคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา เขาสาวเท้าถอยหลัง กระทั่งมาถึงข้างต้นไม้ต้นหนึ่ง เขายืนแอบอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่แล้วบอกกับคนที่เหลือว่า “ข้าจะรอพวกเจ้าอยู่ตรงนี้”
คนที่เหลือเห็นก็เริ่มลังเล ขณะกำลังคิดว่าจะไปต่อดีหรือไม่ ก็ได้ยินเส