ุดข้างกายพวกเขาแล้วเสนอ พลางจ้องมองคนรอบกาย เมื่อเห็นคนรู้จัก ก็หัวเราะเสียงดัง “ศิษย์พี่หลิว ท่านยังไม่มีกลุ่มกระมัง? ไม่สู้มาอยู่รวมกลุ่มกับเราเป็นอย่างไร?”
ชายแซ่หลิวผู้นั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุด ยามนี้ได้ยินลั่วเหิงตะโกนเรียก มองเฉินเต้ากับเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง แล้วตอบว่า “ไม่ล่ะ ข้าอยู่กลุ่มอื่นแล้ว” พูดจบ ก็หมุนตัวเดินจากไป
เห็นเช่นนั้น ลั่วเหิงชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นคนรู้จักอีกคนก็ตะโกนเรียกอีกครั้ง “ศิษย์พี่เจียง มาอยู่รวมกลุ่มกับพวกเราเถิด!”
“ไม่ล่ะ ศิษย์พี่หลินที่อยู่ทางนั้นเชิญข้าเข้าร่วมกลุ่มแล้ว” คนผู้นั้นตอบ ไม่สนใจพวกลั่วเหิงแม้แต่น้อย
ลั่วเหิงตะโกนเรียกอีกหลายครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ ถึงขั้นเข้าไปดึงแขนคน ทว่าคนพวกนั้นหลังจากมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก็พากันส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ยอมร่วมกลุ่มกับพวกเขาทั้งสามคน
“น่าแปลก คนพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด? ร้ายดีอย่างไรข้าก็เป็นผู้มีพลังระดับหลอมแก่นพลังเชียวนะ เหตุใดจึงมองข้ามข้าเช่นนี้?” ลั่วเหิงพูดด้วยความโมโห พลางเดินไปหาเฟิ่งจิ่วกับเฉินเต้า
เฟิ่งจิ่วหัวเราะแห้งๆ แล้วพูดด้วยความรู้สึกผิด “ศิษย์พี่ลั่ว ล้วนโทษข้า เพราะพวกท่านอยู่กลุ่มเดียวกับข้า พวกเขาคิดว่าข้าพลังอ่อนแอ จึงไม่อยากอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเรา ข้าทำให้พวกท่านต้องลำบากไปด้วย ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ขอรับ”
เห็นเฟิ่งจิ่วขอโทษขอโพย ลั่วเหิงกลับไม่รู้จะตำหนิอย่างไร เมื่อเห็นผ