ุ๊กๆ
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วเหล่มองแวบหนึ่ง “ไปไกลๆ เลย วันนี้ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าหรอกนะ”
“กุ๊กๆ กุ๊กๆ…” เจ้าขนเขียวเดินตามอย่างไม่สนใจ สองขาสั้นๆ ย่างก้าวเดิน ร่างกายกลมๆ ส่ายไปส่ายมา ตามเฟิ่งจิ่วไปยังถ้ำของเฉินเต้า
ตามคาด ขณะที่ทุกคนมุ่งหน้าไปรายงานตัวที่ค่ายกลเคลื่อนย้าย เธอเข้ามาในถ้ำของเฉินเต้า พบว่าเขายังคงนอนหลับสบายอยู่
มองดูเงาร่างที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงอย่างไม่คิดจะรักษาภาพพจน์สักนิด เธอได้แต่ส่ายหน้า ขณะกำลังจะปลุกเขาให้รีบตื่น ก็เห็นเจ้าขนเขียวที่เดินตามเธอเข้ามากระโดดขึ้นไปบนเพียง จากนั้นก็ยืดคอ และแหกปากตะโกนเสียงดัง
“เอ้ก อี้เอ้ก! กุ๊กๆๆๆ…”
ได้ยินเสียงไก่ขันนั่น แล้วยังเห็นเจ้าขนเขียวแหงนหน้าตะโกนเสียงดัง มุมปากของเธอกระตุก เอาเถิด ปล่อยมันไปก็แล้วกัน! เรื่องการปลุกคนเจ้าขนเขียวรู้ดีที่สุดแล้ว
“กุ๊กๆๆ…”
“เสียงไก่ขันมาจากไหนแต่เช้า?” เฉินเต้างึมงำ พลิกตัวแล้วตวัดฝ่ามือ เจ้าขนเขียวกระโดดขึ้น จากนั้นก็ยืนเหยียบอยู่บนตัวเขา
“กุ๊กๆๆ…”
“โอ๊ย! หนวกหู!” เขากระเด้งตัวขึ้นนั่งด้วยความหงุดหงิด เมื่อลืมตาที่แฝงไว้ด้วยความโกรธขึ้นมา ก็เห็นเฟิ่งจิ่วยืนจ้องเขาอยู่ข้างเตียง เขาชะงักงันไปครู่หนึ่ง
“เฟิ่งจิ่ว? อ๊ะ! วันนี้ต้องไปดินแดนลับ! สวรรค์! ข้าตื่นสายแล้วๆ เจ้ารอข้าเดี๋ยว ไม่นานก็เสร็จแล้ว” ขณะพูดก็รีบวิ่งเข้าไปล้างหน้าบ้วนปากในห้องน้ำ จากนั้นจึงสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรีบร้อน