่ในระดับหลอมแก่นพลัง เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน เข้าไปไม่ได้หรอก” สิ้นเสียง ก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงขี่กระบี่บินจากไป
ได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้ม มองเงาร่างที่จากไปแล้วพึมพำ “ท่านแม่ ข้าเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณนานแล้วเจ้าค่ะ”
วันเวลาหลังจากนั้น เธอก็ไปส่งยาทิพย์ที่ชั้นแปดตามปกติ หากบนยอดเขาชั้นแปดไม่มีของที่ต้องไปส่ง เธอก็จะไปหาเฉินเต้า เทียบกับนักเล่นแร่แปรธาตุคนอื่นที่กำลังยุ่งกับการเตรียมตัวเพื่อเข้าไปในดินแดนลับ เฉินเต้ายังคงหลับจนถึงกลางวันทุกวัน มีอารมณ์เมื่อใดจึงจะเปิดเตาเพื่อฝึกหลอมยา บางครั้งอารมณ์ดี ก็นัดเฟิ่งจิ่วให้มาดื่มเหล้าด้วยกันตอนเย็น
ยามเขาอยู่กับเฟิ่งจิ่ว กลับไม่ได้ดูแคลนเฟิ่งจิ่วเพราะเขาเป็นเพียงศิษย์ชั้นล่างคนหนึ่ง หรือเด็กส่งของคนหนึ่ง แต่เพราะพูดคุยกันถูกคอ แล้วยังเห็นว่าเฟิ่งจิ่วมีนิสัยเจ้าเล่ห์และร่าเริงน่าสนใจ อีกทั้งหลายครั้งที่เขาพอจะช่วยอะไรได้ ก็ยังยื่นมือเข้ามาช่วยบ่อยๆ ด้วย
ก็เหมือนกับการดำเนินการเรื่องการฝึกเด็ดยาในดินแดนลับในครั้งนี้
เย็นวันนี้ เฟิ่งจิ่วแอบไปจับหนูไผ่วิญญาณมาย่างเสร็จแล้วก็เอามาที่ถ้ำของเฉินเต้า
“ศิษย์พี่เฉิน? ศิษย์พี่เฉิน? ท่านดูสิ ข้าเอาของดีอะไรมาด้วย” เธอตะโกนอยู่นอกถ้ำ เฉินเต้าที่อยู่ข้างในได้ยินก็เปิดเขตอาคมแล้วตะโกนบอก
“เข้ามา”
เห็นเขตอาคมถูกเปิดแล้ว เฟิ่งจิ่วรีบสาวเท้าเดินเข้าไป เมื่อเข้าไปก็เห็นเฉินเต้าที่กำล