้าใจแล้ว ท่านวางใจได้เลยขอรับ!”
ทั้งสองกินไปพลาง พูดคุยไปพลาง กระทั่งดวงจันทร์ลอยเด่นกลางศีรษะ เฟิ่งจิ่วถึงสาวเท้าที่สะเปะสะปะเล็กน้อยเดินไปยังทางกลับ ขณะก้าวเดิน ก็ฮัมเพลงไปด้วยตลอดทาง อารมณ์เบิกบานยิ่งนัก
ทว่า เมื่อเดินมาถึงทางลงของยอดเขาชั้นเจ็ด เท้าของเธอก็หยุดชะงัก อดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนยอดเขาชั้นแปดแวบหนึ่ง เวลานี้ ไม่รู้ว่าท่านแม่ของเธอกำลังทำอะไรอยู่?
ในใจคิดเช่นนั้น หันมองซ้ายทีขวาที พอเห็นว่าไม่มีใคร จึงเก็บงำกลิ่นอายรอบกาย เงาร่างโฉบไหวขึ้นไปบนชั้นแปดอย่างเงียบเชียบ
เขตอาคมกับค่ายกลบนยอดเขาชั้นแปด เธอคุ้นเคยดีจนไม่รู้จะคุ้นเคยอย่างไรอีกแล้ว หลังจากหลบหลีกอย่างง่ายดาย ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ทำให้ใครแตกตื่น เธอกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่แถวๆ ถ้ำของท่านแม่ของเธอ แล้วนั่งลงบนนั้น
ใบไม้ดกหนา ท้องฟ้ามืดช่วยอำพราง เธอที่สวมชุดเขียวทั้งตัวนั่งอยู่บนต้นไม้ กลิ่นอายรอบกายไม่เล็ดลอดออกไปแม้แต่น้อย ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ เงียบเชียบไร้สุ้มเสียง
เธอเอนกายนั่งอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้ หรี่ตามองถ้ำห้องนั้น มองอยู่นานก็ไม่เห็นอะไร ฉะนั้นจึงหาว หรี่ตาเตรียมจะนอนอยู่ตรงนี้
ทว่าเธอเพิ่งจะปิดตาได้ไม่นาน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เธอลืมตามองไป ก็เห็นเขตอาคมของถ้ำเปิดออก นางที่สวมชุดสีขาวผุดผ่องงามโดดเด่นเดินออกมา
ท่านแม่ของเธอนี่นา ดึกขนาดนี้แล้ว นางจะไปไหน?
เธอสะดุดใ