ได้ยากอยู่ในนั้น จึงมีสัตว์วิญญาณบางส่วนคุ้มกันอยู่ เผื่อเอาไว้เวลาได้รับบาดเจ็บหรืออะไรทำนองนั้น ของพวกนี้เจ้ากลับไปแล้วเอาใส่ในถุงฟ้าดินพกติดตัวไว้ เอาไว้ใช้ยามจำเป็น”
“แต่ว่า ของพวกนี้มีค่าเกินไป…”
ได้ยินอย่างนั้น เขาก็หัวเราะเสียงดัง “มีค่าหรือไม่มีค่าอะไรกัน? ข้าเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุนะ อยากได้ยาอะไรแค่หลอมเอาก็ได้แล้ว ของแค่นี้ไม่มีค่าอะไรมากนักหรอก เก็บไว้เถิดๆ อย่าเกรงใจศิษย์พี่เลย”
เห็นอย่างนั้น เธอทำหน้าจริงจัง ลุกขึ้นประสานมือคารวะ “ขอบคุณศิษย์พี่มากขอรับ” ถึงเขาจะได้มาง่ายดาย แต่ยามยกให้ผู้อื่นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย น้ำใจนี้ เฟิ่งจิ่วจดจำไว้แล้ว
“เอาล่ะๆ รีบนั่งลงแล้วกินกันเถิด! เนื้อย่างนี่หากเย็นแล้วจะไม่อร่อย” เขาโบกมือแล้วบอก หยิบเหล้าออกมา พลางกำชับว่า “พรุ่งนี้เช้าเจ้าห้ามตื่นสายเล่า ดินแดนลับไม่รอเคยรอใคร”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้ม “ขอรับๆ ข้ารู้แล้ว ตั้งแต่เข้ามาในสำนัก ข้าก็ตื่นเช้าทุกวันจนชินแล้ว กลับเป็นศิษย์พี่เสียมากกว่า นอนถึงกลางวันทุกวัน พรุ่งนี้ห้ามลืมเรื่องดินแดนลับเด็ดขาดเลยนะขอรับ”
“รู้แล้วๆ มาๆ ป้ายหยกนี้ให้เจ้าไว้ ป้ายหยกนี่ไม่ต้องให้ข้าเปิดเขตอาคม เจ้าก็เข้ามาได้ หากพรุ่งนี้ข้านอนตื่นสายจริงๆ เจ้าต้องเข้ามาปลุกข้านะ” เขายื่นป้ายหยกให้เฟิ่งจิ่วแล้วกำชับ จากนั้นก็ฉีกเนื้อย่างกิน
เฟิ่งจิ่วรับป้ายหยกไปจ้องมองครู่หนึ่ง จากนั้นก็เก็บมันไว้ “ขอรับ ข้าเข