ให้ฟันต้นไผ่วิญญาณเพื่อเอาน้ำหรือขอรับ?”
“ใช่น่ะสิ! ฟันปล้องที่อยู่ด้านล่างสุดของไผ่ ปกติน้ำหัวใจไผ่มักจะสะสมอยู่ในปล้องที่อยู่ด้านล่างเยอะที่สุด เจ้ารีบแอบฟันสักสองสามต้น น้ำหัวใจไผ่ที่ได้น่าจะพอให้ข้าใช้แล้วล่ะ”
ได้ยินอย่างนั้น เธอลอบถอนหายใจ เป็นดังคาด แอบมาฟันต้นไผ่จริงๆ
ด้วยความจนใจ เมื่อหันมองซ้ายขวาไม่เห็นใครอยู่ เธอจึงเลือกต้นไผ่ที่อยู่ท่ามกลางป่าไผ่ สุดท้ายก็เลือกต้นไผ่ที่ใหญ่และตรงที่สุด หลังจากถอยหลังสองก้าว ก็รวบรวมกลิ่นอายพลังวิญญาณกลางฝ่ามือเล็งไปยังปล้องที่สองของต้นไผ่ แล้วตวัดฟันออกไป
“ชิ้ง!”
เสียงใบมีดลมแหวกอากาศอันแหลมคมดังมา ประกายวาบวับเย็นเยือกพาดผ่าน เสียงแตกหักดังมา ต้นไผ่ที่ใหญ่และตรงที่สุดต้นนั้นค่อยๆ เอนล้มไปด้านหนึ่ง เห็นเช่นนั้น เธอรีบเข้าไปประคองต้นไผ่แล้วลากไปด้านหนึ่งเบาๆ ใช้ฝ่ามือขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณให้ไผ่ที่โดนตัดกลับไปปักบนพื้นอีกครั้ง
“สวบ!”
ได้ยินเสียง ‘สวบ’ ก็เห็นต้นไผ่ที่เอนเล็กน้อยกลับไปปักอยู่บนพื้นดิน และตั้งตรงตระหง่านอยู่ตรงนั้นอีกครั้ง หากข้างๆ ไม่มีลำไผ่ที่ถูกตัดวางอยู่ให้เห็นตรงนั้น เดาว่าคงดูไม่ออกว่ามีร่องรอยของการแอบตัดต้นไผ่
“อืม เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว”
เธอพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วนั่งลงด้านหนึ่งใช้กริชคว้านด้านในปล้องไผ่ที่อยู่ต่ำสุด จากนั้นก็ใช้ดินโคลนปิดตรงปล้องไผ่ที่โผล่ออกมาให้เห็นเล็กน้อย ใช้เท้าเหยียบสองสามที แล้วก็เริ่