ัง “ไม่เลวๆ เหตุใดข้าจึงไม่เคยนึกถึงวิธีนี้? ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ คิดถูกแล้วที่ให้เจ้าตามมา เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาก็จะไม่รู้ว่าพวกเรามาแอบฟันไผ่วิญญาณ ฮ่าๆๆๆ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเหยเก ถามว่า “ศิษย์พี่เฉิน น้ำหัวใจไผ่ได้มาแล้ว จะกลับหรือยังขอรับ?”
“รีบร้อนอะไรกัน? ไหนๆ ก็มาแล้ว ศิษย์พี่ต้องพาเจ้าไปหาของดีหน่อยสิ มาๆๆ เจ้าตามข้ามา” ขณะชักชวน เขากวักมือเรียกเฟิ่งจิ่วให้เดินตามหลังเขา แล้วย่องเท้าเบาเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง
เฟิ่งจิ่วเห็นเขามองหาอะไรบางอย่างบนไผ่วิญญาณ และในกองหญ้าเหล่านั้น ก็ไม่รู้ว่าเขากำลังตามหาอะไร จึงถาม “ศิษย์พี่เฉิน ท่านกำลังหาอะไรอยู่หรือขอรับ? ให้ข้าช่วยหรือไม่?”
“ชู่ว!”
เขายกนิ้ววางบนกลีบปากทำสัญญาณมือว่าให้เงียบ ไม่นาน ก็ค่อยๆย่องไปข้างหน้า แล้วจู่ๆ ก็ไหวกายขึ้นกลางอากาศ
“ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็จับได้แล้ว! ตัวอ้วนจริงๆ วันนี้ลาภปากแล้ว”
เฟิ่งจิ่วมองไป เห็นเขาจับหนูตัวอ้วนประมาณห้าหกจินไว้ในมือ ขนหนูสีดำเทาตั้งชัน ปากก็ร้องจี๊ดๆ เห็นเช่นนั้น เธอมุมปากกระตุก ผงะถอยไปหนึ่งก้าว
“ศิษย์พี่เฉิน ท่านจับหนูตัวนั้นมาทำไมขอรับ?” แล้วยังบอกว่าลาภปากอีก? เขาคงไม่ได้คิดจะจับมากินกระมัง? ทว่า เมื่อเพ่งมองดีๆ กลับพบว่านั่นไม่ใช่หนูทั่วไป แต่เป็นหนูไผ่วิญญาณที่กินไผ่วิญญาณเป็นอาหาร
“อะไรกัน? นี่ไม่ใช่หนูธรรมดา นี่มันหนูไผ่วิญญาณ เป็นอาหารบำรุงเจ้ารู้หรือไม่? อีกอย่างเนื้อของหนูไผ่วิญญาณนี่ก็