ด!”
เสียงหนึ่งดังมา เฟิ่งจิ่วเงยหน้าขึ้น มองมารดาที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลีบปากขยับเบาๆ อยากเอ่ยคำว่าท่านแม่ออกไป แต่สุดท้ายก็กล้ำกลืนไว้
เธอปรับอารมณ์ความรู้สึก จ้องเข้าไปในดวงตาของนาง คลี่ยิ้มประดับบนใบหน้า ก่อนจะเปล่งเสียงใสแฝงรอยยิ้มกล่าวว่า “อาจารย์อา ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว”
“เจ้าแซ่เฟิ่งหรือ?”
นางชะงักเล็กน้อย มองเด็กหนุ่มที่ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ เห็นดวงตาสดใสสุกสกาวของเด็กหนุ่มจับจ้องมาที่นาง ในดวงตาคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความรักใคร่อย่างบอกไม่ถูก หัวใจของนางอดสั่นไหวเล็กน้อยไม่ได้
รู้สึกเพียงว่าเด็กหนุ่มคนนี้ให้ความรู้สึกแปลกๆ อย่างอธิบายไม่ถูก ทั้งที่ไม่เคยพบหน้ากันแท้ๆ แต่กลับรู้สึกสนิทสนมและคุ้นเคยอย่างไร้สาเหตุ ความรู้สึกนี้ ทำให้ท่าทางเฉยชาของนางอ่อนลงหลายส่วน สีหน้าเองก็อ่อนโยนลงด้วย
แซ่เฟิ่งหรือ…เป็นแซ่ที่ทั้งคุ้นเคยและห่างเหินเหลือเกิน
“ใช่ขอรับ ข้าแซ่เฟิ่ง ศิษย์พี่กัวมีธุระด่วนจึงต้องลงเขากะทันหัน ฉะนั้นจึงให้ข้ามาส่งยาทิพย์แทนขอรับ”
เธอพูดพร้อมยิ้มตาหยี อยากจะบอกนางว่าท่านพ่อข้าชื่อเฟิ่งเซียว แต่ก็กลัวว่าจะทำให้นางตกใจอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกอย่าง…
เหตุใดมือของนางจึงมีแผล? เรื่องนี้เธอต้องสืบให้รู้แน่ชัด
“อืม ออกไปเถิด!” นางพูด ก่อนจะรับตะกร้ายาไปจากมือเฟิ่งจิ่ว
“ขอรับ” เธอรับคำแล้วประสานมือคารวะ หลังจากมองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง จึงค่อยหมุนตัวเดินจากไป
เธอบอกตัวเองว่า ไม่เป็