จอก จากนั้นก็รินเหล้าให้เขาอีก ขณะมองหน้าศิษย์พี่กัวที่กำลังมึนเมา เฟิ่งจิ่วคลี่ยิ้ม “ศะ ศิษย์พี่กัว ท่านเมาแล้ว”
“จะเป็นไปได้อย่างไร? ข้ายังไม่เมา ไม่เมา มา ดื่มต่ออีก” เขาโบกมือ แต่สายตาพร่าเลือน ใบหน้าแดงก่ำไปทั้งดวง ซ้ำยังพูดจาเลอะเลือน ทั้งหมดนี้ล้วนดูออกว่าเขาเมาแล้ว
ครั้นเห็นเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วจึงพูดลอยๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจว่า “ศิษย์พี่กัว ปรมาจารย์ซานหยางดีกับอาจารย์อาซั่งกวนจริงๆ นะขอรับ! ถ้ำที่นางอาศัยอยู่ใหญ่กว่าของพวกเรามากเลย”
“อืม จะว่าดีก็ดีมาก แต่เจ้าเพิ่งมาอยู่ยังไม่รู้เรื่องอะไร ศิษย์ ศิษย์ปิดสำนักก็เรียกกันแค่ปากเปล่าเท่านั้น ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไร อีกอย่าง เอื๊อก…”
เขาเรอเสียงดัง ก่อนเล่าต่อ “พวกเราหลายคนที่ขึ้นไปส่งยาทิพย์ข้างบนต่างก็รู้กัน ปรมาจารย์ซานหยางเข้มงวดมาก ถ้าอาจารย์อาทั้งห้าคนหลอมยาออกมา ละ แล้วเขาไม่พอใจ เขาก็จะทำโทษทางร่างกาย”
“หา? อย่างนี้เองหรือ โทษทางร่างกาย เช่นนั้นก็โดนตีน่ะสิ?” เธออุทานด้วยความตกใจ แต่กลับเห็นเขาส่ายหน้าไปมาแล้วสะลึมสะลือหลับไป ไม่นานก็ล้มลงไปนอนคว่ำอยู่บนพื้น
“ศิษย์พี่กัว?” เธอเรียก ผลักเขาสองสามที เมื่อเห็นว่าเขาหลับแล้ว ก็ทำได้เพียงถอนหายใจแล้วปล่อยให้เขาหลับต่อ
ทำโทษทางร่างกาย? หรือว่าท่านแม่ของเธอโดนตีเพราะเหตุผลนี้ เรื่องบนยอดเขาชั้นบนมีน้อยนักที่จะได้ยินมาถึงข้างล่าง เธอเองก็เพิ่งรู้จากปากศิษย์พี่กัวเมื่อครู่ ที่แท้หากซาน