ัวไปแล้ว ตอนนี้นางอาจไม่อยู่ที่ถ้ำ ถ้ำกางเขตอาคมไว้ อาจารย์อาซั่งกวนไม่ได้รับลูกศิษย์ติดตามไว้ข้างกาย เดาว่าเจ้าคงเข้าไปไม่ได้”
“หา? อย่างนั้นเองหรือ!” เธอชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็เผยรอยยิ้มจริงใจ “ไม่เป็นไร เช่นนั้นข้าจะรออยู่นอกถ้ำของอาจารย์อาซั่งกวน อย่างไรข้าก็ส่งยาที่อื่นเสร็จหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไรอีก”
ครั้นได้ยินประโยคนี้ ชายคนนั้นกระแอมเล็กน้อย แววตาไหวระริก กล่าวว่า “ความจริงเจ้าฝากยาไว้ก็ได้ รออาจารย์อาซั่งกวนกลับมาเมื่อไร ข้าค่อยเอาให้นางแทนเจ้าก็ได้”
เฟิ่งจิ่วได้ยินแววตาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ลอบแปลกใจ แต่ภายนอกกลับแย้มยิ้มไม่แสดงพิรุธ ทำเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด “ไม่เป็นไรขอรับ อย่างไรข้าก็กำลังว่าง รออีกหน่อยก็ไม่เป็นไร หากรบกวนศิษย์พี่ให้ต้องลำบากข้าคงมีความผิด หากทำให้ศิษย์พี่เสียเรื่อง หรือศิษย์พี่กัวรู้ว่าข้ารบกวนศิษย์พี่ ข้าจะต้องโดนด่าแน่ๆ”
“เรื่องนี้…” ชายหนุ่มยังพยายามจะเกลี้ยกล่อม แต่เพิ่งจะอ้าปาก ก็โดนเฟิ่งจิ่วตัดบทก่อน
“จริงสิ นี่เป็นถ้ำของอาจารย์อาท่านไหนหรือ?” เธอมองถ้ำที่อยู่ข้างหลังชายหนุ่มด้วยใบหน้าสงสัย “ดูใหญ่มากเลยนะ!”
“อาจารย์ของข้าแซ่ต้วน เป็นศิษย์เอกของปรมาจารย์ซานหยาง” ขณะเดียวกับที่ตอบ หว่างคิ้วของชายหนุ่มปรากฏแววภาคภูมิใจ
“ที่แท้ก็เป็นถ้ำของอาจารย์อาต้วน ถึงว่าไม่ธรรมดาเลย”
เธอรีบประจบด้วยสีหน้าเลื่อมใสทันที “ข้าได้ยินมาว่าคนใต้บัง