กวนสักหน่อย” เขามองเข้าไปในถ้ำพร้อมบอก
“ผลไม้วิญญาณหรือ ฝากข้าเข้าไปให้อาจารย์อาซั่งกวนก็ได้นะขอรับ!” เฟิ่งจิ่วเพิ่งสังเกตเห็นในตอนนี้ เขาถือตะกร้าไว้ในมือ ในนั้นมีผลไม้จำนวนหนึ่งอยู่
“จะได้อย่างไรกัน ทำอย่างนั้นเสียมารยาทแย่เลย!” เขาตอบ สายตากวาดมองเฟิ่งจิ่ว “เอาละ ไปกันเถอะ! อย่ามัวพูดมากอยู่ตรงนี้เลย” พูดจบ เขาก็ก้าวนำเข้าไปก่อน
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างหลังจนใจ มองชายแซ่หูแวบหนึ่ง แล้วทำได้เพียงเดินตามเข้าไป
ถ้าถึงตอนนี้เธอยังมองจุดประสงค์ของศิษย์พี่หูคนนี้ไม่ออก ก็ถือว่าเธอใช้ชีวิตมาอย่างเปล่าประโยชน์แล้ว ทว่า ท่านแม่ของเธอเกิดมามีหน้าตาสวยสดโดดเด่น ถ้ามีคนหมายปองก็เป็นเรื่องปกติ ปกตินั้นก็ปกติเถอะ เพียงแต่หมายปองท่านแม่ของเธอต่อหน้าเธออย่างนี้ ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง
เธอเหล่มองศิษย์พี่หูที่กำลังเดินเข้าไปข้างในด้วยความลิงโลดแวบหนึ่ง ไม่นานก็ละสายตาออกไป คลี่ยิ้มจนตาหยีพลางเดินเข้าไปด้านใน เมื่อเดินเข้ามาถึงในถ้ำ ก็เห็นร่างชุดขาวร่างหนึ่งนั่งดื่มชาอยู่ที่โต๊ะหิน
สีหน้าท่าทางของนางเฉยชา ราวกับไม่แยแสต่อสิ่งใดทั้งสิ้น แม้แต่ตอนที่พวกเขาเข้ามา นางก็ยังไม่เงยหน้ามอง เพียงเอ่ยเสียงเรียบว่า “วางยาทิพย์ไว้บนชั้นวางก็พอ”
“คารวะอาจารย์อาซั่งกวน” ชายแซ่หูแสร้งทำเป็นก้าวเข้าไปคารวะ กล่าวด้วยสีหน้าเอาอกเอาใจ “อาจารย์อาซั่งกวน ข้าเองขอรับ คราวก่อนพวกเราเคยพบกันแล้วหนึ่งครั้ง”