ครั้งหน้าหากมีเวลาพวกเราค่อยคุยกันอีก ข้าขอตัวก่อน”
เฟิ่งจิ่วพูดพลางโบกไม้โบกมือลา แล้วจึงค่อยหมุนตัวเดินไปยังถ้ำที่อยู่ด้านหลัง
นั่นท่านแม่ของเธอ! ยิ่งเห็นในระยะใกล้ยิ่งชัดเจน เพียงแต่นางดูเหมือนเย็นชาไปนิด เหมือนน้ำนิ่งที่ไร้คลื่นลม พาให้ความรู้สึกเย็นเยือกราวกับความเงียบวังเวง
เมื่อเห็นนางที่เป็นเช่นนั้น หัวใจเธอบีบรัดเล็กน้อย นางจะต้องคิดถึงเธอกับท่านพ่อของเธอมากแน่!
เพียงแต่เมื่ออยู่ที่นี่ นางเป็นศิษย์ของซานหยางจื่อ หากนางบอกว่าจะออกไปฝึกนอกสำนักก็น่าจะได้รับอนุญาต และไปเยี่ยมพวกเขาที่ราชวงศ์เฟิ่งหวงได้! แต่ดูจากท่าทางของนางแล้วเหมือนว่า…
ขณะในใจนึกสงสัย เธอเดินไปข้างหลังด้วยฝีเท้าเบาหวิวและรวดเร็ว ตอนเธอมาถึงถ้ำที่อยู่ท้ายสุด ก็ไม่เห็นร่างของนางแล้ว จึงยืนลังเลอยู่นอกถ้ำครู่หนึ่ง
“อาจารย์อาซั่งกวน อาจารย์อาซั่งกวน ข้าเป็นศิษย์ที่มาส่งยาทิพย์ขอรับ”
เธอตะโกนเรียกพลางมองเข้าไปในถ้ำด้วยอารามตื่นเต้น อาจเพราะเสียงของเธอดังเข้าไปข้างใน ไม่นานนัก เขตอาคมหน้าถ้ำจึงหายไป เสียงเฉยชาของซั่งกวนหวั่นหรงดังมาจากข้างใน
“เข้ามาเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วดีใจ ขณะกำลังจะก้าวเท้าเข้าไป จู่ๆ ก็เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏตัวข้างกาย เมื่อเอียงคอดู สีหน้าก็แข็งทื่อไปเล็กน้อย “ศิษย์พี่หู? ท่านมาได้อย่างไร” คนผู้นี้มาทำไม? ที่นี่ไม่ใช่ถ้ำของอาจารย์เขาเสียหน่อย
“วันก่อนได้ผลไม้วิญญาณมาเยอะ ข้าจึงเอามาให้อาจารย์อาซั่ง