ั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ ให้เจ้าไปรายงานตัวที่ยอดเขาชั้นที่สามก็แล้วกัน! ที่นั่นมีเจ้าอ้วนแซ่หลี่อยู่คนหนึ่ง เขาจะมอบหมายงานให้เจ้าเอง” พูดจบก็หันตัวเดินจากไป
ครั้นได้ยินประโยคนี้ เฟิ่งจิ่วอดคลี่ยิ้มไม่ได้ เฉินเต้าผู้นี้ประสิทธิภาพการทำงานสูงจริงๆ
เช้าตรู่วันต่อมา เธอตื่นนอนแต่เช้าแล้วไปรายงานตัวที่ยอดเขาชั้นสาม เพิ่งจะเดินเข้าไปข้างในก็ได้ยินชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนกำลังด่าทอ “เจ้าเด็กพวกนี้ ยิ่งอยู่ยิ่งไม่ได้เรื่อง ป่านนี้แล้วยังไม่มีใครมาอีก แดดจะส่องถึงก้นอยู่แล้ว แต่ละคนขี้เกียจสันหลังยาว ไม่ได้เรื่องสักคน!”
เฟิ่งจิ่วที่เดินเข้ามาได้ยินเข้า ฝีเท้าก็ชะงัก เธอมองชายอ้วนวัยกลางคนแวบหนึ่ง แล้วจึงค่อยขานเรียก “ท่านผู้นี้คือหัวหน้าหลี่หรือ ข้าคือเฟิ่งจิ่ว หัวหน้าเฉียนให้ข้ามารายงานตัวขอรับ”
ชายอ้วนหันมามอง เห็นเด็กหนุ่มชุดเขียวยืนอยู่ตรงนั้น ก็คว้าตะกร้าใบหนึ่งที่อยู่ข้างๆ แล้วเดินมายัดใส่มือเฟิ่งจิ่ว
“ในเมื่อมารายงานตัว ก็เอายาตะกร้านี้ไปส่งที่ถ้ำหมายเลขเจ็ดที่อยู่ทางซ้ายมือของยอดเขาชั้นห้า แล้วก็ยาตัวนี้ ส่งที่ถ้ำหมายเลขสามบนยอดเขาชั้นหก รีบไปเสีย”
“ขอรับ” เธอตะลึงงัน หลังจากตอบรับด้วยความดีใจก็รับของแล้วเดินออกไป
ยอดเขาชั้นที่ห้าและชั้นที่หก ถ้ำบนนั้นล้วนเป็นที่พักของนักเล่นแร่แปรธาตุ ถือโอกาสนี้ขึ้นไปดูเสียหน่อยได้พอดี เธออยากรู้จริงๆ ว่าความสามารถของนักเล่นแร่แปรธาตุในสำนักโอสถตะว