งได้ใหม่อีกครั้ง ส่วนที่ถูกเหยียบตายก็ถอนทิ้งให้เรียบร้อยเสีย
“กุ๊กๆๆ…”
อาจเพราะรู้ว่าเฟิ่งจิ่วไม่ฆ่ามัน ด้วยเหตุนี้เจ้าไก่ขนเขียวจึงเริ่มส่งเสียงร้องพลางเดินทอดน่องอยู่ข้างเธออีกครั้ง แต่กลับไม่กล้าหมายตาหญ้าใบลิ้นแดงเหล่านั้นอีกแล้ว
เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างว่างเปล่า เฟิ่งจิ่วเอนกายอยู่บนหินก้อนหนึ่งแล้วงีบหลับ ข้างๆ มีไก่ขนเขียวนั่งยืดคอยาวชะเง้อมองซ้ายมองขวา เหมือนกำลังเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวรอบๆ
เมื่อถึงยามพลบค่ำ คนงานอีกคนมารับช่วงต่อภารกิจเฝ้ายามให้เธอ ด้วยเหตุนั้นเธอจึงกลับถ้ำไปพักผ่อนก่อน
ใครจะรู้ เธอเดินอยู่ข้างหน้า เจ้าไก่ขนเขียวข้างหลังกลับสาวเท้าสองข้างเดินตามมาติดๆ เธอก้าวเท้ากี่ครั้ง มันก็ก้าวเท้าเท่านั้น ยามเดินเหินร่างกลมๆ ส่ายไปส่ายมาดูแล้วเทอะทะ
“เจ้าตามข้ามาทำไม? ถ้ายังตามข้ามาอีก ข้าอาจเผลอจับเจ้าไปตุ๋นก็ได้นะ” เฟิ่งจิ่วหันกลับไปเหลือบมองพลางข่มขู่
“กุ๊กๆๆ…”
สิ่งที่ตอบกลับเธอมา เป็นเสียงร้องตื่นเต้นดีใจของไก่ขนเขียว มันเก็บปีกยืดคอสูงเดินวางท่าตามหลังเฟิ่งจิ่วต้อยๆ
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วก็ไม่ได้สนใจมัน กลับไปถึงถ้ำได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงของหัวหน้าเฉียนดังมาจากด้านนอกถ้ำ
เธอเดินออกมาจากในถ้ำ หยุดยืนด้านหน้าหัวหน้าเฉียนแล้วคารวะ “หัวหน้าเฉียน”
หัวหน้าเฉียนเหลือบมองมาแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “วันนี้ศิษย์พี่เฉินมาหาข้า บอกว่าจะเปลี่ยนงานให้เจ้า ให้เจ้าไปทำงานส่งของแทน เช่นน