่งกระจุก ลำตัวก็เป็นสีเขียวมันวาว เพียงแต่ตัวของมันกลับกลมเหมือนลูกหนังที่ถูกเป่าลมอย่างไรอย่างนั้น หนำซ้ำใต้ร่างกายกลมเกลี้ยงยังมีกรงเล็บไก่งอกออกมาอีกสองข้าง
“สัตว์ปีกระดับเจ็ด?”
มุมปากเธอกระตุกเบาๆ สิ่งที่เหมือนสัตว์ปีกแต่ก็เหมือนสัตว์ร้ายด้วยตัวนี้ กลับเป็นถึงสัตว์ปีกระดับเจ็ด!
“กุ๊กๆๆ!”
ขณะที่เธออุทานคำว่าสัตว์ปีกระดับเจ็ดอย่างลืมตัว ก็เห็นไก่ขนเขียวที่กำลังกินหญ้าใบลิ้นแดงหันมาร้องใส่เธอ เสียงกุ๊กๆๆ ที่เหมือนเสียงไก่ร้องดังอยู่ในหูของเธอ เหมือนกำลังต่อว่าที่เธอเรียกมันว่าสัตว์ปีก
เมื่อเห็นไก่ขนเขียวตัวกลมอ้าปากจิกเอาใบอ่อนของหญ้าใบลิ้นแดงไปกินอีกครั้ง เธอรีบดึงสติกลับมา ตะโกนกร้าวว่า “เจ้าขนเขียว หยุดกินได้แล้ว!”
ร่างกายพุ่งไปข้างหน้าหมายจะจับเจ้าไก่ขนเขียว นึกไม่ถึงว่ามันกลับกางปีกบิน แล้วกระโดดออกไปไกลหลายจั้ง
“บินเป็นด้วยหรือ? นี่ตกลงเป็นไก่หรือเป็นนกกันแน่?”
เธออึ้งมองไก่ขนเขียวที่กำลังกางปีกใส่เธอเหมือนกำลังแสดงบารมี เห็นมันยืดคอ อ้าปากจิกใบอ่อนของหญ้าใบลิ้นแดงไปกินอีกครั้ง
“ยังจะกินอีก? คิดว่าข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้จริงๆ ใช่หรือไม่?” เธอม้วนแขนเสื้อ ค่อยๆ ย่องเข้าไปจากข้างหลัง ก่อนจะกระโจนไปข้างหน้าเพื่อจับมันด้วยมือทั้งสองข้าง
“กุ๊กๆๆ…กุ๊กๆๆ!”
เจ้าไก่ขนเขียวกระพือปีกบินขึ้นกลางอากาศ แหงนหน้าร้องเสียงสูง เฟิ่งจิ่วเห็นเพียงว่ามันทิ้งตัวลงพื้นอีกด้านหนึ่งอย่างย่ามใจ จากนั้นก็