เริ่มขโมยกินหญ้าใบลิ้นแดงอีกครั้ง
เห็นเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว มุมปากหยักขึ้นเผยรอยยิ้มร้ายกาจ “ยังจะกินอีกใช่หรือไม่? ก็ได้! เจ้าบังคับข้าเองนะ” สิ้นเสียง เธอย่องเข้าไปใกล้อีกครั้ง
ครั้งนี้ ขณะที่จะพุ่งตัวไปข้างหน้ากลับชะงักเท้าไว้ ตอนที่เจ้าไก่ขนเขียวกระพือปีกบินขึ้นไป เข็มเงินเล่มหนึ่งก็ถูกดีดออกไปดังฟิ้ว
“กุ๊กๆ…”
เพิ่งจะร้องได้สองคำ ก็เห็นไก่ขนเขียวกระพือปีกถี่ๆ จากนั้นก็ร่วงลงมาจากกลางอากาศ เฟิ่งจิ่วเขย่งปลายเท้า กระโดดไปข้างหน้าแล้วคว้าตัวมันไว้
“ฮี่ๆ คราวนี้ก็จับเจ้าได้เสียที”
เธอเชิดคางด้วยความย่ามใจ ลูบเจ้าไก่ขนเขียวตัวอ้วนๆ แล้วตบมันไปสองสามที ยามที่มือแตะโดนตัวมัน สัมผัสที่มือทำให้เธอตะลึงงันเล็กน้อย
“สัมผัสนี้มัน…”
จู่ๆ เธอก็กลืนน้ำลาย ดวงตาที่จับจ้องไก่ขนเขียวเป็นประกายขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ สัตว์ปีกระดับเจ็ด หากจับมากิน รสชาติต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ?
“กุ๊กๆๆ…กุ๊กๆๆ…”
เจ้าไก่ขนเขียวแหงนหน้าร้องเสียงดัง ราวกับเริ่มเกิดความกลัวขึ้นมา พยายามดิ้นขัดขืนเพื่อจะหนี แต่มันที่ถูกเฟิ่งจิ่วจับไว้ มีหรือคิดจะหนีก็หนีได้ตามใจอยาก?
ด้วยประการฉะนี้ จึงเห็นเพียงเฟิ่งจิ่วเอาแต่ก้มหน้ามองไก่ขนเขียวในมืออย่างน้ำลายสอ พลางพึมพำว่า “นึ่งดี? ต้มดี? หรือจะเอามาย่างดี? หรือว่าจะตุ๋น หรือไม่ก็เอามาผัดดี? ทำแบบไหนจะรสชาติดีกว่ากันนะ?”
ความคิดของเธอง่ายดายมาก ในเมื่อเป็นสัตว์ปีกก็ต้องกินได้อยู่แล้ว