ลัง อีกข้างยกขึ้นลูบหนวดสองเส้นนั่น
ได้ยินประโยคนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจ้องเขาอีกครั้ง รู้สึกว่าเหตุใดคนผู้นี้ถึงได้มีพฤติกรรมแปลกๆ? หัวหน้าเฉียนเรียกเขาว่าศิษย์พี่เฉินอยู่ เธอก็แค่เรียกตามเท่านั้น เขากลับทำท่าลำพองใจเหมือนคนจะดังช่วยไม่ได้เสียอย่างนั้น
แต่ถึงเห็นอย่างนั้น เธอก็ยังยิ้มตาหยีแล้วประจบ “ศิษย์พี่เฉินสง่างามผ่าเผยบุคลิกไม่ธรรมดา แม้ข้าเพิ่งจะขึ้นเขามาเมื่อวาน กลับยังไม่เห็นผู้ใดงดงามปานเซียนเช่นศิษย์พี่เฉินเลย”
หัวหน้าเฉียนที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งได้ยินแล้วถึงกับอึ้ง มุมปากกระตุกเล็กน้อย แอบเหล่มองเฟิ่งจิ่วด้วยสีหน้าแปลกๆ ท่าทางเหมือนนึกไม่ถึงว่าเมื่อเด็กหนุ่มคุยโวขึ้นมา จะโม้ได้ไม่ซ้ำใครเช่นนี้
ส่วนศิษย์พี่เฉินเมื่อได้ยินก็ตาเป็นประกายขึ้นมา มือที่กำลังลูบหนวดอักษรเลขแปดชะงัก มองเฟิ่งจิ่วแล้วพยักหน้าอย่างพออกพอใจ “ไม่เลว เจ้าอนาคตไกลแน่ ประโยคนี้ทำให้ข้าเบิกบานใจและไม่ถือโทษเจ้าอีก ถึงแม้เหล่าศิษย์บนยอดเขาซานหยางรู้ว่าข้าสง่าผ่าเผยบุคลิกโดดเด่นสะดุดตามาตลอด แต่น้อยคนนักที่จะชื่นชมข้าต่อหน้าอย่างตรงไปตรงมาเช่นเจ้า”
แม้แต่เฟิ่งจิ่วเอง เมื่อได้ยินประโยคนี้ก็ยังมุมปากกระตุก เป็นเจ้าทึ่มจริงๆ ด้วย
เธอปรับสีหน้า ก่อนเยินยอด้วยสีหน้าจริงจัง “นั่นเพราะทุกคนเก็บศิษย์พี่เฉินไว้ในใจด้วยความเคารพ ศิษย์พี่เฉินไม่เพียงมีอิริยาบถดั่งเซียน แต่ยังมีบุคลิกที่ไม่ธรรมดา ยังไม่ทั