ดสติ
ส่วนเฟิ่งจิ่วที่อยู่ด้านหนึ่งแอบดึงเข็มเงินออกมาแล้วเก็บใส่แขนเสื้ออย่างแนบเนียน ครั้นเห็นท่าทางของเขาจึงถามว่า “ศิษย์พี่ลั่วรู้จักเขาหรือ?”
“อืม เขาเป็นคนของสำนักโอสถตะวัน แต่หายตัวไปหลายเดือนแล้ว ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้? แล้วยังจะมาฆ่าคนอยู่ที่นี่อีก?” เขาพึมพำด้วยความสงสัย จ้องคนที่ถูกมัดไว้ ทำหน้าไม่ค่อยเข้าใจ
“ศิษย์พี่ลั่วท่านดูนี่ มือกับเท้าของเขาเหมือนจะมีร่องรอยเคยถูกมัด” เฟิ่งจิ่วชี้ที่มือและเท้าของชายโรคจิต พลางถาม “ผู้ชายคนนี้เป็นใครในสำนักโอสถตะวันหรือ ผู้ฝึกตนหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุด ทั้งยังมีความรู้เรื่องยาอีก คงไม่ใช่ศิษย์ทั่วไปกระมัง?”
“เขาเป็นคนของปรมาจารย์ซวีอู๋จื่อ ข้าเคยเจอเขาสองสามครั้ง เพียงแต่ต่อมาได้ยินว่า…” พูดมาถึงตรงนี้ เขาลังเลเล็กน้อย นึกถึงวิธีการสังหารคนของชายคนนี้แล้วอดขนลุกไม่ได้
“ได้ยินว่าอะไร?” เฟิ่งจิ่วถามด้วยความอยากรู้
ลั่วเหิงเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่ กอปรกับเขาเองก็สงสัยอยู่ในใจ อยากหาคนคุยด้วยอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงกระซิบว่า “ข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าห้ามไปบอกใครเล่า”
“อื้มๆ” เธอรีบพยักหน้า “วางใจได้ ไม่นานข้าก็ลืมแล้ว”
“ในสำนักมีข่าวลือว่า ปรมาจารย์ซวีอู๋จื่อมีความที่ชอบพิสดาร ลูกศิษย์ที่อยู่บนเขาของเขามักจะหายตัวไปเป็นระยะ บ้างก็ลือว่าถูกจับไปขังเพื่อทดลองยา บ้างก็ลือว่าถูกปรมาจารย์ซวีอู๋จื่อขังไว้เป็นของเล่น แต่เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นแค่ข่าวลือ ไ