ุดเข้ากับอะไรบางอย่าง ทำให้ล้มคะมำไปข้างหน้าทั้งตัว
เวลาเดียวกัน เข็มเงินเล่มหนึ่งถูกดีดออกจากมือของเฟิ่งจิ่ว ชายโรคจิตคงนึกไม่ถึงว่าจะถูกเล่นงานขณะสาดผงยา จึงได้ยินเพียงเขาร้องโอดครวญ สายตาโหดเหี้ยมบ้าคลั่งหันไปมองทางเฟิ่งจิ่วในพริบตา
“อ๊าก!”
ลั่วเหิงที่ล้มคะมำไปข้างหน้าถูกพลังขุมหนึ่งฉุดไว้ ทำให้หลบผงยาที่ถูกสาดเข้ามาได้ แต่ไม่รู้เหตุใดไปๆ มาๆ จึงล้มลงไปนอนทับบนตัวของชายโรคจิต
“โอ๊ย!” เฟิ่งจิ่วเองก็ฉวยโอกาสล้มกลิ้งไปบนพื้น จากนั้นกรีดร้องด้วยความตกใจ
ในตอนนี้เอง ลั่วเหิงพบว่าผู้ชายที่ถูกทับอยู่ข้างล่างเหมือนจะไม่ขยับเขยื้อนแล้ว เขาอดตกตะลึงไม่ได้ พอลุกขึ้นดูก็เห็นว่าหน้าผากของฝ่ายนั้นกระแทกเข้ากับหินแหลมบนพื้นจนแตก เลือดไหลอาบนอนหมดสติอยู่ตรงนั้น
“อึก! เป็นเขา?” เขารีบถอยหลังไปหลายก้าว มองใบหน้าของชายคนนั้นด้วยความตกใจ
เฟิ่งจิ่วนวดคลึงมือเท้าที่เจ็บเพราะล้มลง ลุกขึ้นมาพลางถามว่า “ศิษย์พี่ลั่ว ท่านสุดยอดมาก จับตัวเจ้านั่นได้ในกระบวนท่าเดียว แต่ตอนนี้ควรจะจับเขามัดไว้ก่อนหรือไม่?”
“หา? ข้า ข้าเป็นคนจับเขาหรือ?” เขาถามอย่างอึ้งๆ
“แล้วไม่ใช่หรือ?” เธอกะพริบตาปริบๆ ทำหน้าสงสัย
“ใช่ๆ เขาถูกข้าชนจึงล้มหัวกระแทกหินหมดสติไป ข้าเป็นคนจับเขาไม่ผิดแน่ ฮิๆ ข้าสร้างผลงานแล้ว” เขาย่ามใจขึ้นมาทันที แต่ก็นึกถึงชายคนนั้น จึงนั่งยองลงแหวกผมเขาดูอีกครั้ง ต่อมาก็ขมวดคิ้ว หยิบเชือกออกมามัดคนที่กำลังหม