ิษย์นักเล่นแร่แปรธาตุบางส่วนของพวกเขาจึงถูกคัดเลือกมาจากตระกูลใหญ่ๆ ทั้งสิ้น
และการเปิดรับลูกศิษย์เป็นเวลาสามวันในครั้งนี้ แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงการเปิดรับลูกศิษย์ที่ทำงานชั้นล่างเท่านั้น
ทว่า เฟิ่งจิ่วคิดว่าอย่างไรก็ต้องแฝงตัวเข้าไปดูก่อน สืบข่าวท่านแม่ของเธอก่อนแล้วค่อยว่ากัน ส่วนเรื่องศิษย์เอกหรือศิษย์ทำงานชั้นล่างอะไรนั่น สำหรับเธอแล้วไม่ได้ต่างกันเลย ความสามารถในการหลอมยาของเธอไม่ต้องให้พวกเขาสอน และเธอก็ไม่ได้เข้าไปเรียนการหลอมยาด้วย เธอแค่เข้าไปตามหาท่านแม่ของเธอเท่านั้น
เฟิ่งจิ่วเดินเท้าไประยะหนึ่ง บางครั้งก็อาศัยการบินในการเดินทางด้วย กระทั่งเวลาพลบค่ำจึงหาที่พักแถวนั้นเพื่อพักผ่อน ตั้งใจว่าพรุ่งนี้ค่อยขึ้นไปบนยอดเขาโอสถตะวัน อย่างไรก็มีเวลาสามวัน เธอไม่รีบอยู่แล้ว
นั่งพิงอยู่บนต้นไม้พลางดื่มน้ำและกินของว่าง จากนั้นก็กอดอกปิดตาทำสมาธิ แต่ในขณะที่ใจเธอเพิ่งจะสงบลง กลับได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ โชยมาในอากาศ
ยามได้กลิ่นคาวเลือดนั้น เธอชะงักไปเล็กน้อยและลืมตาขึ้น ก่อนจะอาศัยแสงสว่างในตอนที่ฟ้ายังไม่มืดสนิทเขย่งปลายเท้าตามกลิ่นคาวเลือดนั้นไป อยากดูว่าทำไมถึงมีกลิ่นคาวเลือดที่นี่ได้? ถึงอย่างไรก็เป็นเขตตีนเขาของสำนักโอสถตะวัน คนทั่วไปไม่กล้าฆ่าคนส่งเดชที่นี่
ตอนที่เธอสาวเท้าเดินตามไปแล้วเห็นร่างที่ถูกห้อยหัวลงมา ก็อดตะลึงไม่ได้ แต่ในตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีคนนับสิบโผล่พรวดออกมาจากในป่า…
…