วางใจเถิด ถึงจะเจอปัญหา ก็มีแต่ปัญหาเล็กๆ พวกเราจัดการได้”
“อย่างนั้นก็ดี” เธอพยักหน้า เสริมว่า “พวกเราเพิ่งมาที่นี่ไม่นาน หากคิดจะอาศัยตนเอง ก็ไม่อาจเป็นศัตรูกับคนอื่นส่งเดช แต่หากมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้จริงๆ แล้วข้าไม่อยู่ พวกเจ้าไปหาที่ลี้ภัยได้ที่ตลาดมืด”
“ขอรับ / เจ้าค่ะ” พวกเขารับคำ แล้วถามเธอว่าการเดินทางราบรื่นหรือไม่ ระหว่างทางเจออันตรายใดหรือไม่
เฟิ่งจิ่วพูดคุยกับพวกเขาคร่าวๆ ได้ครู่หนึ่ง ก็กำชับบางอย่างอีกเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็เอายาออกมาจำนวนหนึ่ง ให้พวกเขาเอาไว้วางขายในร้าน
“พรุ่งนี้ข้าจะไปสำนักโอสถตะวันแล้ว ข้าจะส่งยามาให้พวกเจ้าวางขายในร้านเป็นระยะ นอกจากนี้ พวกเจ้าสามคนก็ต้องใส่ใจเรื่องการฝึกบำเพ็ญด้วย”
“ขอรับ / เจ้าค่ะ พวกข้าเข้าใจแล้ว” คนทั้งสามรับคำ พวกเขาเก็บยาสิบขวดที่เฟิ่งจิ่วให้ไว้ที่ร้านเพียงขวดเดียวเท่านั้น ที่เหลือให้เหลิ่งหวาเป็นคนเก็บรักษา
นั่งในร้านสักครู่หนึ่ง เฟิ่งจิ่วก็ออกจากร้านไป เธอพาเหลิ่งหวากับเจ้ากลืนเมฆาไปเดินเล่นในเมือง แล้วจึงค่อยกลับเรือนไปพักผ่อน
กระทั่งเช้าตรู่วันต่อมา เฟิ่งจิ่วเปลี่ยนมาใส่ชุดสีเขียว แปลงโฉมตนเอง จากนั้นค่อยมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตของยอดเขาโอสถตะวัน…
แตกต่างจากการรับลูกศิษย์ของสำนักอื่นๆ สำนักโอสถตะวันยึดการหลอมยาเป็นหลัก ฉะนั้นจึงรับแค่ลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์ด้านการหลอมยา และเพราะเป็นสำนักอันดับหนึ่งที่เป็นผู้ริเริ่มเรื่องยา ลูกศ