ไม่ไปสนใจ คนที่นอนอยู่ตรงนี้เป็นนายน้อยของพวกเขา พวกเขาย่อมไม่อาจออกไปหมดทุกคนอยู่แล้ว
แต่หากเธอต้องการจะไป ก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร คืนนี้ยังไม่ใช่โอกาสดีที่สุดที่จะไปจากที่นี่
ด้วยเหตุนี้ เฟิ่งจิ่วจึงเดินไปเดินมาอยู่ในห้องนี้ พอเห็นว่าไม่มีตั่งก็ให้คนยกตั่งเข้ามาให้ จากนั้นก็นั่งอ่านหนังสืออยู่บนตั่งนั้น จวบจนมื้อค่ำถูกยกเข้ามา เธอจึงค่อยตรวจดูอาการของคนที่อยู่บนเตียงอีกหน เธอเห็นว่าใบหน้านั้นสวมหน้ากากอยู่ตลอด ก็ไม่คิดจะถอดออกมาดูเช่นกัน เพราะสุดท้ายรู้มากไปก็ไม่ส่งผลดีอะไร
คืนนี้เป็นเหมือนที่เธอคาดไว้ หลังกินยาของเธอเข้าไป คนบนเตียงก็ไม่มีไข้ ผ่านค่ำคืนนี้ไปอย่างเงียบสงบ กระทั่งฟ้าสางเธอจึงกลับไปพักผ่อนที่ห้อง และพอเข้าห้องไปครั้งนี้ก็ไม่ออกมาอีกเลยทั้งวัน
ภายในห้องของเรือนหลังข้างๆ หลังจากหมอเฒ่าตรวจดูอาการบาดเจ็บในช่วงเย็นเสร็จสิ้น ก็พยักหน้ายิ้มๆ แล้วอธิบายกับชายแก่ชุดเทา “อาการบาดเจ็บของนายน้อยฟื้นตัวได้ไม่เลว พ้นขีดอันตรายแล้ว ที่เหลือแค่รอเขาฟื้นก็พอ”
“เช่นนั้นก็ดี” ชายแก่ชุดเทาจึงค่อยวางใจได้ พูดว่า “เจ้าหนุ่มนั่นมีความสามารถไม่น้อย คนอย่างนี้ ถ้าหากดึงมาเป็นพวกของเราได้…”
ชายแก่ตัดบทเขา “เรื่องนี้เจ้าอย่าเสียเวลาคิดเลยดีกว่า สหายน้อยคนนั้นดูก็รู้แล้วว่าไม่ชอบการผูกมัด อีกอย่างความสามารถของเขาไม่ธรรมดา ไม่มีทางเป็นคนไร้ชื่อเสียงเรียงนามแน่นอน”
เห็นเช่นนั้น ชายแก่ชุดเทา