เกียจ
เมื่อเดินเข้ามาข้างเตียงด้านใน ถึงจะเห็นชายหนุ่มใส่หน้ากากนอนอยู่บนเตียง ท่อนล่างมีเพียงผ้าเตี่ยวบางๆ ปกคลุมไว้ ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งบนและล่าง มีก็แต่หน้ากากที่ปิดบังใบหน้าไว้ไม่ให้ใครเห็น
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วละสายตาออกไปเงียบๆ มุมปากกระตุกเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น ถึงเธอจะเป็นหมอ เคยเห็นคนเปลือยมาก็ไม่น้อย แต่ที่เคยเห็นมาในอดีตล้วนเป็นคนที่ตายแล้วทั้งสิ้น
ทว่าร่างกายเปลือยเปล่าของชายหนุ่มที่ยังมีชีวิต เธอเคยเห็นแค่ร่างกายของท่านอาเซวียนหยวนโม่เจ๋อจอมวางท่าเท่านั้น ตอนนี้กลับมีชายหนุ่มนอนเปลือยอยู่ตรงหน้าคนหนึ่ง ถึงจะอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรือ?
นั่นทำให้เธอไม่รู้จะเอาสายตาไปไว้ตรงไหนดี
“สหายน้อย เจ้าดูสิ บาดแผลนี้แหละ”
ชายแก่กล่าวพลางชี้ให้เฟิ่งจิ่วดูแผลที่อยู่ข้างหัวใจของชายคนนั้น แผลไม่ใหญ่แต่เป็นหนองและสภาพแย่ลงเรื่อยๆ แล้ว เนื้อรอบแผลกลายเป็นสีม่วงอมดำไปทั้งแถบ
“คนป่วยหมดสติไปแล้วหนึ่งวัน ข้าตรวจแผลแล้วเกรงว่าจะไม่ผ่าตัดก็ไม่ได้ เพียงแต่บาดแผลอยู่ใกล้หัวใจ ข้าไม่มีความมั่นใจมากพอจะผ่าตัด เพราะในสถานการณ์อย่างนั้น หากข้าถือมีดผ่าตัดคนเดียวก็เสี่ยงเกินไป เพราะเหตุนี้ ข้าเลยหวังว่าจะอาศัยวิชาเข็มของสหายน้อยมาสกัดจุดลมปราณรอบๆ รวมถึงป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผ่าตัดด้วย”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า แผลแย่ลงขนาดนี้แล้ว ไม่หมดสติสิถ