จูเยวี่ย บังเอิญนัก!”
ชายสวมชุดผ้าไหมคนหนึ่งเดินเข้ามา มองจูเยวี่ยที่ล้มหัวแตกพลางหัวเราะอย่างย่ามใจและอวดดี “ทำไมเจ้าไม่ระวังเลยเล่า เดินอยู่ดีๆ ก็ยังล้มลงไปได้?”
จูเยวี่ยลุกขึ้นนั่ง มือข้างหนึ่งกุมหน้าผากที่มีเลือดไหล รู้สึกเพียงโลกเบื้องหน้าหมุนคว้าง อาการบาดเจ็บที่หน้าผากทำให้เขาที่เดิมทีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วตั้งสติกลับมาไม่ทัน รู้สึกแต่ว่าเสียงที่ดังอยู่เหนือหัวฟังดูคุ้นๆ
“หลี่เย่า? เป็นเจ้า!”
พอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นหลี่เย่าศัตรูคู่อาฆาตตั้งแต่เด็กของเขา ชั่วขณะนั้น ใบหน้าเขาพลันบึ้งตึงไม่น่ามอง “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เจ้ายังคงเป็นคนต่ำทรามเช่นเดิมเลย”
เขาล้มเสียที่ไหนกัน เห็นอยู่ว่าเขากำลังเดินไปทางแผงลอย จู่ๆ กระแสอากาศสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทำให้เขาเสียหลักล้มคะมำไปข้างหน้า ไม่เช่นนั้น ถึงร่างกายของเขาจะอ่อนแออีกสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่เดินๆ อยู่ก็ล้มลงไปได้
เขาลุกขึ้นยืน แต่ในตอนนี้เอง หลี่เย่ากลับยกเท้าขึ้นเตะเขาให้ล้มกลับลงไปเหมือนเดิม
“อึก!”
จูเยวี่ยร้องครวญคราง ล้มกลับไปอีกครั้ง เขาจ้องคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างเดือดดาล รวมถึงองครักษ์พวกนั้นด้วย “เจ้าจะทำอะไร?”
“ก็ไม่ทำอะไร แต่เจ้ามักให้องครักษ์ติดตามยามออกจากบ้านไม่ใช่หรือ ครั้งนี้กลับมีขอทานน้อยหัวยุ่งเหมือนรังนกติดตามเพียงคนเดียว? หึ จูเยวี่ย หายากนักที่เจ้าจะพลาดท่าตกอยู่ในกำมือของข้า เจ้าว่า ข้าจะให