ตอนนี้พอดูดีๆ จึงค่อยรู้สึกว่ากลิ่นอายพลังชีวิตขุมนั้นเหมือนจะอ่อนลงไปมาก? แม้แต่ประกายแสงก็หม่นลงไปด้วย?
ขณะกำลังคิด จู่ๆ ก็เหมือนมีเสียงดังมาจากบนหลังคา เธอเงี่ยหูฟัง ได้ยินว่าเป็นเสียงฝีเท้า แม้จะเบามาก แต่ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณอย่างเธอก็ยังคงได้ยิน
ทว่ากลับได้ยินเสียงฝีเท้าเคลื่อนผ่านหลังคาห้องเธอแล้วมุ่งหน้าไปทางอื่น เธอจึงไม่ได้ใส่ใจนัก ในสภาพสังคมเช่นนี้ หากสงบสุขเกินไปสิถึงจะเป็นเรื่องแปลก เรื่องใดไม่เกี่ยวกับเธอ เธอไม่ไปยุ่งจะดีกว่า
พอคิดได้เช่นนี้จึงนอนหลับต่อ ทว่า เมื่อเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น เธอขมวดคิ้วกระเด้งตัวขึ้นมาแล้ววิ่งออกไปข้างนอกทันที
“โอ๊ย! ขอทานน้อยช่วยข้าด้วย!”
นั่นคือเสียงของจูเยวี่ย อาจเพราะกินอิ่มนอนหลับ เสียงนี้จึงฟังดูค่อนข้างกังวานและเปี่ยมไปด้วยพลัง เพียงแต่ สถานการณ์ตรงหน้าเขากลับไม่ค่อยสู้ดีนัก เขากำลังถูกคนชุดดำสองคนจับตัวออกมา พากระโดดขึ้นบนหลังคาหมายจะไปจากที่นี่
“อย่าจับข้านะ!”
“เจ้านี่ช่างปัญหาเยอะจริงๆ” เสียงของเฟิ่งจิ่วดังขึ้นกลางค่ำคืน เธอมองจูเยวี่ยที่กำลังถูกชายชุดดำสองคนจับตัวไว้ ลอบทอดถอนใจอย่างอดไม่ไหว ไม่ควรทำตัวเป็นคนดีส่งเดชจริงๆ ด้วย นี่มันปัญหาชัดๆ!
แล้วคนตรงหน้าพวกนี้ ก็เป็นพวกเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำไม่ใช่หรือ? เห็นอย่างนั้นเธอจึงถามว่า “พวกเจ้าทำไมถึงมาอีกแล้ว เป็นคำสั่งของคุณชายพวกเจ้าอีกแล้วหรือ?”
“เหอะ! เจ้ายังกล้าพูดอีก!