วผอมแห้ง ปกติคงไม่ได้กินอิ่มเป็นแน่
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนั้นก็เหลือบตามองเขา ถามว่า “บ้านเจ้าอยู่ที่ใด?” หากเป็นทางผ่านเธอก็จะแวะไปส่ง ถ้าไม่ใช่ทางผ่านเธอก็ขี้คร้านจะสนใจ
“อยู่ใกล้สำนักโอสถตะวันที่อยู่ในเมืองโอสถตะวัน” เด็กหนุ่มกล่าวตอบ
“โอสถตะวันหรือ? เช่นนั้นก็ได้! ข้าจะพาเจ้าไปด้วย แต่อย่าลืมเล่า เมื่อถึงเวลาเจ้าต้องขอบคุณข้าอย่างงาม” ถึงอย่างไรก็เป็นทางผ่านอยู่แล้ว
ได้ยินเช่นนั้น เด็กหนุ่มดีใจ รีบเอ่ยชักชวน “เจ้าวางใจได้ ขอเพียงเจ้าส่งข้าถึงบ้าน ข้าจะให้คนที่บ้านเอาเงินให้เจ้าหนึ่งหมื่นเหรียญทอง ใช่สิ ข้าชื่อจูเยวี่ย ขอทานน้อย เจ้าชื่ออะไร?”
“ข้าชื่อขอทานน้อย” เฟิ่งจิ่วตอบอย่างไม่แยแส
“ขอทานน้อย วรยุทธ์เจ้าอยู่ระดับใด เหตุใดข้าดูไม่ออกเลย?”
อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลัง แต่กลับมองระดับวรยุทธ์ของขอทานน้อยผู้นี้ไม่ออก อีกอย่าง ขอทานน้อยคนนี้ก็ดูไม่ค่อยเหมือนขอทานทั่วไป ค่อนข้างเหมือนผู้ฝึกตนพวกนั้นมากกว่า นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาอยากให้ขอทานน้อยส่งเขากลับบ้าน เช่นนี้อย่างน้อยจะได้มีคนคอยปกป้องข้างๆ คนหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วไม่ตอบรับเขาสักคำด้วยซ้ำ กลับหมุนตัวไปด้านหนึ่ง ครั้นเห็นเกวียนเล่มหนึ่งวิ่งมาข้างหลัง ตาก็เป็นประกายทันที คราวนี้ไม่ต้องเดินเองแล้วยังได้พักผ่อนสักหน่อยด้วย
ตอนนั้นเอง เธอรีบสาวเท้าเดินไปกางแขนยืนขวางกลางถนน “ท่านลุง ให้พวกข้านั่งไปด้วยเถิด!”
ชายฉกรรจ