เฟิ่งจิ่วโบกมือ “ข้าเดินทางคนเดียวสะดวกกว่า” เธอเช็ดมุมปาก แล้วกล่าว “วันหน้าข้าไม่อยู่ข้างกายเขา พวกท่านคอยดูแลเขาให้มากหน่อยก็พอแล้ว”
“ขอรับ ภูตหมอวางใจได้ พวกเราจะดูแลนายท่านแน่นอน”
ตอนเซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับมา ก็เห็นทั้งสองพูดคุยกันอยู่ในลานบ้าน แววตาของเขาไหวระริก จากนั้นถึงเดินเข้าไปหา
ครั้นเห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับมาแล้ว หยางหย่งยืนขึ้น “นายท่าน”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหลือบมองหยางหย่งแวบหนึ่ง “ข้างนอกไม่มีเรื่องให้ทำแล้วหรือ”
หยางหย่งชะงักเล็กน้อย ยิ้มตอบว่า “มีขอรับ ข้านึกขึ้นได้พอดีว่ามีเรื่องที่ยังสะสางไม่เสร็จ นายท่าน ภูตหมอ พวกท่านคุยกันเถิด ข้าขอตัวไปทำงานก่อน” กล่าวจบจึงค่อยถอยออกไป
พอเขาออกไปแล้ว เฟิ่งจิ่วค่อยยิ้มตาหยี กล่าวว่า “อาหารเช้าที่หยางหย่งยกมาให้ไม่เลวเลย สำรับเมื่อครู่ตอนข้ากินร้อนกำลังดี แต่เพราะรู้ว่าท่านจะไม่กลับมาเร็ว จึงไม่ได้เก็บไว้ให้ท่าน”
เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังบึ้งตึงของเขา ยิ้มกล่าวว่า “ท่านนั่งลงก่อน อีกเดี๋ยวเขาจะให้คนยกสำรับอาหารร้อนๆ มาให้” ขณะพูด ก็เห็นเขายื่นมือมากุมมือเธอไว้
“เป็นอะไรไป?” เธอถามไถ่ มองเขาที่กำลังหลุบตามองมือของเธอ
“เจ้าจากไปคนเดียว ข้าไม่วางใจ”
อยู่ทางนี้ ผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณมีมากมายเหมือนกลุ่มเมฆ ผู้แข็งแกร่งเซียนเหินแม้ไม่ได้มีให้พบเห็นตามท้องถนน แต่แทบจะทุกตระกูลมีระดับเซียนเหินคนหนึ่งดูแลอยู่ ให้นางไปอยู่ข้างน