า นวดกดจุดลมปราณบนแผ่นหลังด้วยวิธีการที่พิเศษ
กระทั่งมือของเธอไล่ลงมาเรื่อยๆ ตามแนวจนถึงเอว เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่กำลังผ่อนคลายสะดุ้งเบาๆ ทันที เขาลืมตาครึ่งหนึ่งแล้วหันมามอง
“เอวไม่ต้องนวดก็ได้กระมัง?” เขาถามขึ้น ตรงนี้มันจุดอ่อนไหวนะ! สำหรับผู้ชายแล้ว มือของผู้หญิงมาลูบคลำส่งเดชตรงนั้น เรียกว่าเป็นการจุดไฟเลยก็ว่าได้
“ได้อย่างไรกัน เอวนี่สิต้องนวด”
เธอหมุนตัวเตรียมตัวนวดต่อไป แต่คราวนี้ เมื่อมือของเธอทาน้ำมันร้อยบุปผาเล็กน้อยแล้วลูบไปที่เอวของเขา ก็เห็นขนบนร่างกายเขาลุกซู่ขึ้นมา
เธอเห็นแล้วอดหัวเราะไม่ได้ “นี่ท่านเป็นอะไร? ขนลุกเช่นนี้เลยหรือ?”
“จั๊กจี้นิดหน่อย” เขาพูดงึมงำ ใบหูที่กลับเป็นปกติเพราะความผ่อนคลายกลับมาแดงผ่าวอีกครั้ง
“จั๊กจี้หรือ? ไม่เป็นไร ข้าจะทำให้ท่านไม่จั๊กจี้เอง” เธอยิ้มตาหยี มุมปากเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เห็นเพียงเธอดึงเสื้อคลุมขึ้นมาปิดไหล่เขา บดบังร่างกายเขาไว้ จะได้ไม่วอกแวกแอบมองส่งเดช เธอนั่งหันหลังบนเอวของเขา สองมือดึงขาทั้งสองข้างของเขาขึ้นมา
“โอ๊ย…”
จู่ๆ เสียงร้องตกใจก็ดังขึ้นมา อิ่งอีกับฮุยหลางที่เฝ้าอยู่ข้างนอกเกือบพุ่งตัวเข้ามาแล้ว แต่พอนึกได้ว่าสองคนข้างในไม่รู้ทำอะไรกันอยู่ พอมาถึงหน้าประตูจึงทำได้เพียงชะงักเท้า แล้วตะโกนเข้ามาข้างใน
“นายท่าน? ไม่เป็นไรใช่ไหมขอรับ?”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องตื่นตูมไป” เสียงของเฟิ่งจิ่วดังมา จากนั้นเธอก็ออกแรงดึงกระดูกเขาอีกคร