านี้ถึงค่อยเดินตัวเกร็งเข้าไปหา แต่เพราะคาดหวังและกังวลเกินไป ขนาดสมองยังถึงขั้นมึนงงไปด้วย ไม่ค่อยอยากเชื่อว่าภาพตรงหน้าจะเป็นความจริง
จนกระทั่งเขาเดินมานั่งข้างเฟิ่งจิ่วด้วยร่างกายแข็งเกร็ง ชั่วเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
“ท่านนอนคว่ำลงบนเตียง” เฟิ่งจิ่วลุกขึ้น แล้วพยักพเยิด
ครั้นเห็นอย่างนั้น เขาไม่ถามอะไรมาก นอนคว่ำลงบนเตียงและหันหลังให้ตามที่นางบอก ในใจนึกสงสัยว่านางจะทำอะไร เขาเอียงคอเล็กน้อยมองเฟิ่งจิ่ว เห็นว่านางปีนขึ้นเตียงมา พลิกตัวนั่งลงตรงแขนเขา จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่กดทับลงมา รวมถึงร่างกายอันนุ่มนิ่มของนาง…
เขารู้สึกเพียงว่าเลือดลมสูบฉีดขึ้นหัว รีบนอนคว่ำลงไปบนหมอนแล้วหลับตา แต่ไม่นานกลับต้องลืมตาอีกครั้ง เพราะพบว่าพอหลับตาแล้วความรู้สึกยิ่งไวกว่าเดิม ภาพที่ไม่ถูกไม่ควรในหัวก็จะหยุดไว้ไม่อยู่
เอาเถิด! ผู้ชายก็มีสัญชาตญาณเช่นนี้ แม้จะเป็นเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงในดวงใจ ก็ไม่อาจต้านทานการเย้ายวนและเกี้ยวพาราสีครั้งแล้วครั้งเล่าของนางได้ เขาคิดว่าแค่ไม่เลือดกำเดาไหลก็ถือว่าดีแล้ว
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เอื้อมมือไปปลดสายคาดเอวของเขาอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ทันทีที่ดึง เสื้อคลุมถูกเปิดออก รู้สึกได้ว่าร่างกายของใครบางคนที่อยู่ข้างล่างแข็งทื่อยิ่งขึ้น
เธออดขำไม่ได้ ครั้งแรกหรือ? อืม เธอเชื่อแล้ว ระดับความบริสุทธิ์ของเขาไม่ใช่คนธรรมดาจะเทียบไ