ย้อมเป็นสีแดงน่าหลงใหล
เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดลง คนทั้งสองนั่งรับลมอยู่บนยอดเขา เฟิ่งจิ่วนั่งพิงอยู่ในอ้อมแขนของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เซวียนหยวนโม่เจ๋อกอดเธอไว้ ปกป้องเธอจากอากาศหนาวเย็นยามราตรีมาเยือน
“บนภูเขาตกดึกแล้วค่อนข้างหนาว พวกเรากลับกันเถิด!” เขากระซิบข้างหูเธอ ดื่มด่ำช่วงเวลาอันแสนผ่อนคลายที่ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันอย่างละโมบ
“เช่นนั้นท่านแบกข้ากลับนะ” เธอหยอกเย้า แหงนหน้ามองเขาพร้อมยิ้มระรื่น
“ได้” เขาโน้มตัวลงจูบกลีบปากชวนหลงใหลคู่นั้น จุมพิตเบาๆ จบแล้ว แต่ใจกลับยังไม่หายอยาก “พวกเรากลับไปต่อกันเถอะ” เขากะพริบตาพูดกับเธอ
ได้ยินประโยคนี้แล้ว เฟิ่งจิ่วหลุดขำ มองค้อนเขา “ท่านอย่าได้คิดเลย”
เขาได้ฟังก็ถอนหายใจแล้วลุกขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่ค่อยพอใจว่า “เช่นนั้นก็ได้! ข้าคิดตอนหลับฝันตอนกลางคืนเอาก็ได้” ขณะพูด กลับหยิบเสื้อคลุมกันลมออกมาผูกให้เธอ แล้วจึงค่อยหันหลังย่อตัวลง พยักพเยิดกล่าวว่า “ขึ้นมา ข้าแบกเจ้ากลับเอง ถ้าเจ้าง่วงหรือเหนื่อย ก็พิงหลังข้าหลับไปสักตื่น”
เห็นเช่นนั้น ดวงตาเฟิ่งจิ่วเป็นประกายเล็กน้อย เขย่งเท้ากระโดดขึ้นไปบนหลังเขา พอขึ้นมาข้างบนก็ใช้มือสองข้างโอบคอเขาไว้ สองเท้าหนีบเอว “เอาละ ไปกันเถิด!”
ไหล่กว้างแข็งแรงกำยำ แต่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งพึ่งพาได้ เธอคร่อมอยู่บนแผ่นหลังเขา รับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายเขาแผ่มาถึงตัวเธอ ท่ามกลางท้องฟ้ายามค