ะเดียวกันก็กล่าวว่า “เรื่องของภูตหมอ เจ้าจะใส่ใจพร่ำเพรื่อไปเพื่ออะไร”
ฮุยหลางชะงักเล็กน้อย อ้าปากค้าง ผ่านไปครู่หนึ่งยังพูดไม่ออก เขาก็แค่หวังดี ใส่ใจพร่ำเพรื่อที่ไหนกัน?
ทันทีที่เข้าไปในจวน เฟิ่งจิ่วที่หลับอยู่บนหลังเซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ตื่นขึ้นมา ระหว่างที่เธอลืมตาอย่างสะลึมสะลือ ก็เห็นว่ามาถึงจวนแล้ว จึงอดตกใจไม่ได้ “ถึงแล้วหรือ”
“ถึงบ้านแล้ว ข้าพาเจ้าเข้าไปนอนในห้องก็แล้วกัน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอียงคอมองเธอแวบหนึ่ง กลีบปากเผยรอยยิ้มรักใคร่เอ็นดู
“ปล่อยข้าลงๆ” เธอดิ้นขยุกขยิกจะกระโดดลงมา ทว่าตอนเห็นโคลนหนาๆ ใต้พื้นรองเท้าของเขา ก็ต้องกะพริบตาปริบๆ เงยหน้ามองท้องฟ้าอีกที แล้วจึงถามว่า “ท่านไม่ได้ขี่กระบี่กลับมาหรือ?”
“ขี่กระบี่กลับมาลมแรงเกินไป” เขาตอบพลางนวดคลึงแขนที่เริ่มรู้สึกปวดล้า
“ท่านนี่ซื่อจริงๆ!” เธอถมึงตา แล้วกล่าวอย่างปวดใจ “เช่นนั้นท่านปลุกข้าก็ได้นี่นา! เดินกลับมาจากที่นั่น ต้องเหนื่อยขนาดไหนกัน” ขณะที่พูดก็ตบๆ หัวตัวเอง “ต้องโทษข้า ถ้าข้าไม่ขอให้ท่านแบกกลับมาก็ดีหรอก”
“คนโง่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกุมมือเธออย่างนึกขัน “หากข้าแบกเจ้าไม่ไหว จะกล้าขอเจ้าแต่งงานได้อย่างไร?”
“นี่มันคนละเรื่องกัน”
………………………………….