ิบวับ แสงจันทร์สาดส่อง กลับยังไม่เห็นคนทั้งสองกลับมาเลย
“ถ้าอย่างไรเราออกไปรอนอกเมืองดีหรือไม่?” ฮุยหลางมองอิ่งอีที่อยู่ด้านข้างพลางถาม
“พลังของนายท่านบวกกับของภูตหมอ ไม่ว่าจอมมารหรือเทพที่ไหนเจอก็ต้องคลานหนี” อิ่งอีถือกระบี่กอดอก ยืนพิงอยู่ข้างประตู
“มันก็ใช่” ฮุยหลางพยักหน้า ด้วยพลังของพวกนายท่านสองคน มั่นใจได้ว่าใครเจอก็ต้องหันหลังวิ่งหนี ก็มีแต่พวกไม่ดูตาม้าตาเรือที่จะท้าทายให้พวกเขาลงมือ
“กลับมาแล้ว” เสียงของอิ่งอีดังขึ้น
“ไหนๆ?” ฮุยหลางรีบหันไปดู ก็เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยของนายท่านพวกเขาอยู่บนถนนใหญ่ กำลังแบกคนคนหนึ่งเดินกลับมาท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี เห็นเช่นนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหา
“นาย…” ตอนกำลังจะอ้าปาก ก็ถูกสายตาคู่หนึ่งห้ามปราม
เห็นอย่างนั้น เขาจึงมองภูตหมอแวบหนึ่ง นางกำลังนอนหลับสบายอยู่บนแผ่นหลังของนายท่าน ดังนั้นจึงลดเสียงเบาลงแล้วถามว่า “นายท่าน ให้ข้าพาภูตหมอเข้าไปดีไหมขอรับ?”
เขาเห็นโคลนหนาๆ ติดอยู่ใต้เท้าของนายท่าน ดูก็รู้ว่าเดินกลับมา นี่ถ้าหากเดินกลับมาจากเขาชมตะวันละก็ ระยะทางไม่ใช่สั้นๆ เลย! แบกคนคนหนึ่งกลับมาตลอดทางอย่างนี้ต้องเหนื่อยน่าดู
นึกไม่ถึงว่า ความหวังดีของเขากลับแลกมาได้เป็นสายตาเย็นชาจากนายท่าน “ไปสั่งให้คนเตรียมน้ำไว้อาบ” กล่าวแล้วก็เดินผ่านเขาไปข้างหน้า
ฮุยหลางเกาหัว หันไปมองอิ่งอี “ข้าพูดผิดอีกแล้วหรือ?”
อิ่งอีเหล่ตามองเขา หันตัวเดินเข้าไปในจวน ขณ