ได้เพียงหยิบของที่พอมีค่าบนตัวออกมาแทงตาม จนกระทั่งเปิดออกมาเป็นสูงอีกครั้ง ใบหน้าของทั้งสองคนก็ซีดไปทันที
“จบกัน แพ้หมดแล้ว…”
“คราวนี้แย่แน่ๆ กลับไปจะรายงานอย่างไร?”
คนทั้งสองนั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ได้แต่มองของมีค่าที่ตัวเองเหน็บไว้ตรงเอวถูกเด็กหนุ่มคนนั้นเก็บกลับไป มองสีหน้าพึงพอใจและเบิกบานใจของฝ่ายตรงข้าม พวกเขาโมโหจนกัดฟันกรอด แต่กลับจนใจทำอะไรไม่ได้
เวลาครึ่งก้านธูปผ่านไป พวกเขาแพ้จนแม้แต่เสื้อผ้าก็เกือบต้องถอดออกหมด เปลือยท่อนบนใส่ไว้แค่กางเกงขาบานเจ็ดส่วน ทั้งอับอายและเดือดดาล
ถ้ารู้แต่แรกว่าเจ้าหนุ่มนี่มีทักษะการพนันดีขนาดนี้ ตีให้ตายพวกเขาก็ไม่มีทางเล่นด้วยแน่ แต่ตอนนี้ถึงพวกเขาจะนึกเสียใจภายหลัง ก็ไม่อาจเอาของที่แพ้พนันกลับคืนมาได้แล้ว
“ออกไป” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหลือบมองพวกเขา รู้สึกว่าผู้ชายสองคนนั้นยืนเปลือยท่อนบนช่างขวางหูขวางตายิ่งนัก
สองคนนั้นเพียงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลน่าพรั่นพรึงโจมตีเข้ามาหา ตกใจกลัวจนหน้าซีดเผือด รีบลุกขึ้นโดยไม่กล้าแม้แต่จะพูดคัดค้าน เดินออกไปข้างนอกทั้งอย่างนั้น พอลงมาข้างล่างก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
เฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ด้านหนึ่งเอามือชันคาง เอียงคอเล็กน้อยมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ พลางหรี่ตาถามว่า “ท่านเองก็เล่นด้วยหน่อยไหม?”
“ไม่ละ เจ้าเล่นก็พอ” เขากล่าว แล้วยกน้ำชาขึ้นมาจิบอึกหนึ่ง
ได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มร่า หันไปมองหยาง