นเรียกฮุยหลางมาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและติดหนวด เฟิ่งจิ่วเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว หาชุดสีเขียวมาสวมใส่ แต่งหน้าเล็กน้อย แล้วจึงจะเดินออกจากห้องมา
ครั้นมาถึงด้านนอก เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อสวมชุดเทาใบหน้ามีเคราครึ้มนั่งดื่มชาอยู่ตรงนั้น จึงยิ้มแย้มเดินเข้าไป วนไปมารอบๆ เขาพลางพินิจมอง “ท่านอา ท่าทางเช่นนี้คุ้นเคยดีนัก! เฮ้ ข้าไม่เห็นท่านติดเคราหนาเช่นนี้มานานแล้ว”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินแล้วกระตุกมุมปาก ชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง เห็นนางสวมชุดสีเขียวไม่สะดุดตาและไม่โอ้อวดตัว แม้แต่ใบหน้ายังเติมแต่งเล็กน้อย จึงพยักหน้า “เช่นนี้ไม่เลว ไปกันเถอะ!”
เขาลุกขึ้นมา จูงมือของเฟิ่งจิ่วออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ฮุยหลางกับอิ่งอีเห็นพวกเขาสองคนออกไป มองอยู่ด้านหลังสักพัก ฮุยหลางก็ใช้ศอกกระทุ้งอิ่งอีที่อยู่ข้างกาย “เจ้าว่า พวกเราต้องตามไปหรือไม่?”
“ตามสิ!” อิ่งอีกล่าวจบก็แวบร่างล่วงหน้าไปก่อน
ฮุยหลางฉีกยิ้มเมื่อเห็นเช่นนี้ ก่อนจะล่วงหน้าตามไปเช่นกัน ติดตามโดยซ่อนในมุมมืดด้านหลัง
ทั้งสองคนตามไปในมุมลับตา มองบุรุษเคราหนาจูงมือเด็กหนุ่มชุดเขียวท่าทางใส่ซื่อเดินไปตามถนนใหญ่ อิ่งอีที่อยู่ในมุมมืดดวงตาฉายประกาย นัยน์ตาเผยรอยยิ้ม
ฮุยหลางยิ่งฉีกยิ้มทันควัน มองสองคนที่ทำเหมือนไม่มีใครอื่นข้างๆ พลางเอ่ยว่า “นายท่านเอาแต่ใจเช่นนี้ เจ้าว่าไหม ทั้งถนนแทบจะให้พวกเขาเดินกันแค่สองคน ผู้ชายสองคนจูงมือกันกลางถนน ภาพเช่นนี้มองอย่า