กายพลางลุกขึ้นมา สีหน้าซีดเผือดเพราะการโจมตีนั้น ร่างกายก็โอนเอนเล็กน้อย ฝีเท้าซวนเซจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่
เขารู้สึกว่าพลังวิญญาณในร่างหายไปสิ้น กลิ่นอายทั่วร่างเหือดหายจนสะอาดหมดจด จึงมองทางร่างชุดแดงด้วยความตกตะลึง ในใจดั่งมีคลื่นลมปั่นป่วน เนิ่นนานก็ยังไม่สงบลง
หรือว่าระหว่างที่ร่างกายของเขาเกิดอาการประหลาด ผายลมไม่หยุด นางก็วางอุบายไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว? นางไม่ใช่แค่ก่อเรื่องวุ่นวาย ไม่เพียงปั่นหัวเขา แต่ขุดหลุมพรางไว้ให้เขาตั้งแต่แรก?
นางคำนวณแม่นยำว่าเขาจะระงับโทสะไม่ไหวแล้วมาคิดบัญชีกับนาง คิดว่าเขาต้องฆ่านางแน่! ซ้ำยังคิดว่าสุดท้ายพลังวิญญาณของเขาจะหมดเกลี้ยง และทำร้ายนางไม่ได้?
วางแผนได้ดี! ตั้งแต่ตอนที่เขาไม่รู้เรื่องก็เหยียบเข้าสู่กับดักของนางไปทีละก้าวๆ แล้ว นี่นางคิดจะกำจัดเขา!
ผ่านพ้นวันนี้ไป อาเจ๋อจะเก็บเขาไว้หรือ ไม่มีทาง!
แรงกดดันและกระแสลมบนท้องฟ้าจางหาย ลอยไปในอากาศและหายไปอย่างไร้ร่องรอย กระแสลมเบื้องล่างก็ค่อยๆ เลือนหาย อานุภาพกดดันกระจัดกระจาย สายตาสงบนิ่งของเฟิ่งจิ่วที่ยืนเงียบมาตลอดหยุดลงบนร่างหานหรงซึ่งกำลังมองเธออย่างตะลึงงัน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ทั้งชั่วร้ายและเย็นชาออกมา
ในตอนที่นางคลี่รอยยิ้มเย็นยะเยือกตรงริมฝีปาก ร่างสีแดงก็หายวับมาอยู่ตรงหน้าหานหรงแล้ว มือหนึ่งคว้าลำคอของเขาไว้ก่อนยกขึ้นมายันไว้กับต้นไม้ด้านหลัง
“คิดจะฆ่าข้าหรือ?”
ม่านตาของห