ก่อนจะถอยหนีไปข้างๆ
“หือ ที่แท้ก็เป็นโอสถสัตว์ป่า?” เฟิ่งจิ่วมองหางที่งอกออกมาอย่างประหลาดใจ น่าแปลกนักว่าหางงอกมาได้อย่างไรกันแน่
เธอมองไปพลาง บันทึกการเปลี่ยนแปลงหลังกินโอสถสัตว์ป่าของตงเอ๋อร์ลงในสมุดไปพลาง แต่ยามนี้เอง ตงเอ๋อร์ที่จวนจะกลายเป็นสัตว์ป่าพลันหันหน้ามา ดวงตากระหายเลือดจับจ้องเฟิ่งจิ่วที่นั่งเขียนบางอย่างอยู่ตรงโต๊ะ ทันใดนั้นก็กระโจนเข้าไป กรงเล็บแหลมคมซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ตะครุบไปทางคอของเฟิ่งจิ่วพร้อมความกระหายจะเข่นฆ่า
“เฮือก! อย่านะ!”
ผู้หญิงสามคนสูดลมหายใจ ครั้นเห็นนางจะจู่โจมเฟิ่งจิ่วก็ส่งเสียงร้องลั่นอย่างอดไม่ได้ อยากเข้าไปห้ามปราม แต่ว่าพวกนางถอยห่างไปข้างๆ ระยะหนึ่ง ความเร็วที่ตงเอ๋อร์กระโจนเข้าไปว่องไวนัก ชั่วขณะนั้นจึงได้แต่เบิกตามอง
แต่เมื่อเฟิ่งจิ่วที่เขียนบางอย่างลงสมุดเล่มเล็กเงยหน้าเหลือบมอง แล้วสะบัดแขนเสื้อออกไป กระแสลมทรงพลังที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าก็หลั่งไหลออกมาปะทะตงเอ๋อร์จนกระเด็น ในใจของคนทั้งสามยิ่งตกตะลึง
พวกนางสี่คนมาจากหอนารีวิไล นอกจากรูปโฉมงดงามน่าอัศจรรย์ พลังของพวกนางยังทะลวงถึงระดับหลอมแก่นพลังมานานแล้ว ตงเอ๋อร์ที่เป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังเช่นกันกลับถูกเฟิ่งจิ่วผู้เอื่อยเฉื่อยไม่แยแสโจมตีเบาๆ จนกระเด็นเช่นนั้น นี่มัน…
กำลังของนางแข็งแกร่งแค่ไหนกันแน่? หรือว่ากำลังของนางจะเหนือกว่าพวกนางสี่คนไปอีก?
เมื่อนึกถึงภาพนี้ แล้วมองสภาพของ