อนของเฟิ่งจิ่วเห็นเฟิ่งจิ่วไร้ความเคลื่อนไหว จึงเดินย่องออกไปข้างนอก คิดจะไปดูที่ด้านหลังว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นเซี่ยเอ๋อร์วิ่งเข้ามาอย่างลนลาน
“ยะ แย่แล้วๆ ไม่รู้ว่าตงเอ๋อร์เป็นอะไร วันนี้ตื่นมาตอนเช้าก็ ก็…” นางหอบหายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความแตกตื่นหวาดกลัว
“ก็อะไรหรือ?” พวกนางรู้ เมื่อคืนตอนที่คุณหนูถามพวกนางสี่คนว่าใครจะเป็นคนยกชาไปให้นายท่าน พวกนางล้วนลังเล มีเพียงตงเอ๋อร์ที่เสนอตัว
แต่ต่อมากลับถูกหามกลับมา พวกนางไปดูมาแล้ว ไม่ถือว่าบาดเจ็บหนัก แต่จะว่าเบาก็ไม่เบาเช่นกัน
“นาง นางอ้วนขึ้น อ้วนขึ้นหนึ่งเท่าเลย!” เซี่ยเอ๋อร์กล่าว หน้าตาตื่นตกใจ “กลางดึกข้าลุกไปดูนาง ยังไม่เป็นอะไร แต่พอเช้านี้นางตื่นมาก็…ก็กลายเป็นอย่างนั้นแล้ว…”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ชุนเอ๋อร์กับชิวเอ๋อร์ตกใจสะดุ้ง สบตากันแวบหนึ่ง ชุนเอ๋อร์พูดว่า “เจ้าไปดูหน่อย คุณหนูยังไม่ตื่น ข้าคอยอยู่ต่อคนหนึ่งจะดีกว่า”
“ก็ดี ข้าไปไม่นานก็กลับ” ชิวเอ๋อร์กล่าวแล้วเดินตามเซี่ยเอ๋อร์ไปที่เรือนด้านหลัง เดินไปพลาง ประหวั่นพรั่นพรึงไปพลาง
จะอ้วนขึ้นชั่วข้ามคืนโดยไม่รู้สาเหตุได้อย่างไรกัน? ยิ่งไปกว่านั้นในจวนแห่งนี้ หากเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นจริง นั่นอาจจะเป็น…
พอนึกถึงความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัว นางก็อดตัวสั่นไม่ได้
ครั้นมาถึงเรือนด้านหลัง ตอนเห็นร่างที่กำลังกอดผ้าห่มร้องไห้อยู่ตรงมุมเตียง นางอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง อุทานด้วยความตกใจ “ท