ให้คนไล่กลับไปก็พอ”
เขาไม่คิดจะออกไปด้วยซ้ำ เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ขี้หึงขนาดไหน หากกล้าเอาสตรีมาไว้ข้างกายจริง นางอาจจะเก็บย่ามสัมภาระหนีหายไปได้ทุกเมื่อ เขาไม่กล้าเสี่ยงหรอก
ครั้นเอื้อมมือไปจะจับ กลับเห็นนางหลบเลี่ยง ก่อนจะเหล่มองด้านนอกและกล่าวว่า “ได้อย่างไรกัน? สาวงามหยดย้อยทั้งยังอวบอิ่มสมบูรณ์เชียวนะ! ท่านไม่อยากดู แต่ข้าอยากดู! ยิ่งกว่านั้นยังเป็นน้ำใจจากอาหานของท่านด้วย ใช่ไหมเล่า?”
เอ่ยจบก็เห็นเฟิ่งจิ่วเดินออกไปข้างนอกจริงๆ เห็นเช่นนั้นเขาถอนหายใจอย่างเอือมระอา ทำได้เพียงตามไปด้วย
“อาหาน ไม่ได้รับอนุญาตจากนายท่าน ห้ามผู้ใดเข้าไปข้างใน ท่านน่าจะรู้นะขอรับ” อิ่งอีใบหน้าเย็นชา กล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขายืนบังหน้าประตูลานบ้านไว้ ไม่ให้พวกเขาเดินเข้าไปสักก้าว
หานหรงมีสีหน้ามืดทึม เพียงเหลือบมองอิ่งอีแวบเดียว ไม่พูดอะไร เพราะคนด้านในเรือนเดินออกมาแล้ว
“นี่กำลังทำอะไรอยู่!” เสียงของเซวียนหยวนโม่เจ๋อค่อนข้างหนักอึ้ง ตวาดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“อาเจ๋อ อาหานรู้ว่าวันนั้นทำเกินไป วันนี้จึงมาขอโทษแม่นางเฟิ่ง”
เขากล่าวกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ แล้วหันไปมองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ด้านข้าง แววตาไหวระริกเล็กน้อยก่อนกล่าว “แม่นางเฟิ่ง วันนี้ข้าคนแซ่หานตั้งใจมาขอโทษ รู้ว่าแม่นางเฟิ่งอยู่ในจวนนี้มานานขนาดนี้ ข้างกายกลับไม่มีสาวใช้สักคน ดังนั้นวันนี้จึงตั้งใจเลือกสักหลายคนมารับใช้แม่นางเฟิ่ง”
สิ้นเสียง เข