อยู่แล้ว ในเมื่อมอบพวกนางให้แม่นางเฟิ่ง ก็ย่อมกลายเป็นคนของแม่นางเฟิ่ง จะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับข้าคนแซ่หานอีก แต่ข้าคิดว่า ในเมื่อข้าคนแซ่หานมอบพวกนางให้แม่นางเฟิ่งเพื่อเป็นการขอโทษ แม่นางไม่ควรทำพวกนางตายง่ายๆ จึงจะถูก”
“แน่นอน” เธอหยักยิ้มรับคำ ถ้าหากพวกนางกล้ามีความคิดที่ไม่ควรมี เธอจะไม่ทำให้พวกนางตาย อย่างมากก็ทำให้พวกนางอยู่เหมือนตายทั้งเป็นเท่านั้น
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าคนแซ่หานขอตัวก่อน” เอ่ยจบ เขาหันไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อแวบหนึ่ง แล้วจึงค่อยยิ้มหันตัวเดินจากไป
“เจ้ารับพวกนางไว้ทำไม?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม ทั้งที่นางปฏิเสธได้แท้ๆ แต่กลับเลือกที่จะรับคนไว้
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขา ยิ้มจนดวงตาสองข้างหยี กล่าวตอบว่า “เอาไว้เล่นอย่างไรเล่า! ไม่เช่นนั้น วันเวลาก็น่าเบื่อเกินไปไม่ใช่หรือ?” สิ้นเสียง เธอหันไปมองสาวงามสี่คนตรงหน้า ก่อนถาม “พวกเจ้าชื่ออะไร?”
แต่เพิ่งจะสิ้นเสียง ขณะที่พวกนางทำท่าจะอ้าปากบอกชื่อตนเอง เฟิ่งจิ่วกลับโบกมือตัดบท “พวกเจ้าสี่คนเรียงชื่อตามสี่ฤดูกาลเถอะ ชุน (ฤดูใบไม้ผลิ) เซี่ย (ฤดูร้อน) ชิว (ฤดูใบไม้ร่วง) ตง (ฤดูหนาว) ก็แล้วกัน! เขตเรือนหลักทางนี้หากไม่มีคำสั่งของข้า ก็ห้ามเข้ามา”
“เจ้าค่ะ” ทั้งสี่คนรับคำ ไม่กล้าคัดค้านใดๆ
“ฮุยหลาง มีเรื่องใดจะสั่งให้พวกนางทำ เจ้าเป็นคนจัดการก็แล้วกัน” เธอหันไปพูดกับฮุยหลาง
“หา? ข้าหรือขอรับ?” เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง มอ