ไม่ทันแต่งงานกับท่านก็มีเรื่องวุ่นวายเป็นกอง ข้ายังต้องพิจารณาใหม่ว่าจะแต่งงานกับท่านหรือไม่!” ขณะเอ่ยก็ดึงมือกลับ แล้วหันตัวเดินเข้าไปในลานบ้าน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชะงัก อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามไปด้วยสีหน้าร้อนรน “เจ้ารับปากข้าแล้ว คืนคำไม่ได้”
เธอมองท้องฟ้าพลางครุ่นคิด เม้มปากและกล่าวอย่างไม่ยอมรับว่า “ใช่หรือ? ข้ารับปากเมื่อใดกัน ทำไมจำไม่ได้เลยเล่า ท่านน่าจะจำผิดแล้ว”
“เฟิ่งจิ่ว!”
“ข้าอยู่นี่อย่างไรเล่า!” เธอหัวเราะร่า แย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ชอบเรื่องวุ่นวายที่สุด อีกอย่างพลังของข้าไม่ได้แข็งแกร่งเท่าคนในจวนท่าน ในอนาคตถ้ามีคนรังแกข้า ข้าก็สู้ไม่ได้อีก ฉะนั้นคิดดูแล้ว ก็ให้มันแล้วกันไปเถิด”
“มีข้าอยู่ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” เขาทำหน้าจริงจัง “อีกอย่าง คนของข้าไม่มีทางล่วงเกินเบื้องสูงแน่นอน”
ได้ยินแล้ว เธอชูนิ้วชี้ขึ้นมาส่ายซ้ายขวาตรงหน้าเขา “อย่าเพิ่งด่วนสรุปเช่นนั้น เรื่องนี้ก็ยังไม่แน่! อีกอย่าง ว่ากันว่าผู้ชายนั้นก่อนแต่งงานกันกับหลังแต่งงานกันราวกับเป็นคนละคน เฮ้อ พูดแล้วข้าก็เริ่มกังวลขึ้นมาแล้ว ข้าเพิ่งจะสิบเจ็ดสิบแปดปี กำลังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง ยังมีช่วงเวลาดีๆ อีกตั้งมากมาย จะแต่งงานง่ายๆ อย่างนี้ได้เช่นไร”
“สิบเจ็ดสิบแปดก็ไม่เด็กแล้ว” เขาเอ่ย สายตาเหลือบมองหน้าอกนาง “ส่วนใดที่ควรโตก็โตแล้ว”
ครั้นได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วกลอกตาใส่เขาแล้วแค่นเสียง “มองที่