ในห้อง หยิบผ้าห่มผืนหนึ่งมายื่นให้เจ้านาย
ขณะที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อคลุมผ้าห่มให้ ก็เห็นว่าหนังสือที่ปิดอยู่บนใบหน้าถูกเฟิ่งจิ่วหยิบออกไป เผยให้เห็นรอยยิ้มอิ่มเอมใจ “ข้ายังไม่หลับ”
ได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มนั้นแล้ว โทสะในใจเขาก็จางหายไป มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยว่า “หากง่วงก็กลับห้องไปนอนเสีย มานอนตรงนี้จะเป็นหวัดได้ง่ายๆ”
“เช่นนั้นท่านก็อุ้มข้าเข้าไปสิ?” นางยื่นสองแขนทำท่าจะกอดเขา
“ได้สิ” เขารับคำ ก่อนจะลุกขึ้นโน้มกายอุ้มนางขึ้นมา โอบไว้ในอ้อมแขนและเดินเข้าไปในห้อง
ฮุยหลางเห็นภาพนี้ก็ถอนหายใจเบาๆ พลางฉีกยิ้ม ครั้นหันหลังไป เขาเห็นร่างหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกำลังมองภาพนี้ด้วยสีหน้าถมึงทึง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าเขาแข็งทื่อไปทันที และเหลียวมองทางอิ่งอีที่อยู่อีกด้าน
ท่านอาหาน? เขามาถึงที่นี่ทำไม จะมาพบภูตหมอหรือ?
“พวกเจ้าสองคนมานี่” ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่นอกเรือนเรียกด้วยเสียงทุ้ม
อิ่งอีกับฮุยหลางชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นถึงเดินออกไป “คารวะท่านอาหาน” คนทั้งสองคารวะพลางเอ่ย
“ผู้หญิงคนนั้นพักอยู่ที่นี่ตลอดหรือ?”
อิ่งอีเม้มริมฝีปากไม่พูดจา ฮุยหลางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ท่านอาหาน นางมีนามว่าเฟิ่งจิ่ว นาง…”
“แค่ผู้หญิงที่ไร้ยางอายคนหนึ่ง ไม่ต้องบอกชื่อนางกับข้า!” เขาแค่นเสียงหยัน พอนึกถึงภาพที่เห็นเมื่อครู่ แววตาของเขายิ่งดุร้าย
“ท่านอาหาน นั่นเป็นผู้หญิงในใจของนายท่าน ข้าคิดว่าท่านอาหานอย่าเหิมเกริมน