เอ่ย “หยิบเสื้อผ้าตรงหัวเตียงให้ข้าที”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อลุกขึ้นยืน เก็บหนังสือในมือไป แล้วยื่นเสื้อผ้าให้เธอ รอจนเธอสวมเสื้อผ้าล้างหน้าเสร็จถึงจะออกไปด้านนอกด้วยกัน
แต่ยังไม่ทันนั่งในลานบ้าน ก็มีนางกำนัลคนหนึ่งเดินเข้ามา
“แม่นางเฟิ่ง จักรพรรดิเรียกพบท่านเจ้าค่ะ”
พอได้ยินคำพูดนี้ เซวียนหยวนโม่เจ๋อหน้าดำคล้ำเครียด เอ่ยทันทีว่า “ไสหัวกลับไป!”
นางกำนัลก้มหน้าลงทันควัน ไม่กล้าพูดอะไร ทว่ามองเฟิ่งจิ่ว
“ข้าจะไปดูหน่อย ท่านกินไปเถอะ ไม่ต้องรอข้า” เฟิ่งจิ่วตบๆ แขนของเขา ดึงเขามานั่งตรงโต๊ะ
“ข้าจะไปกับเจ้า” หลังจากถูกกดให้นั่งลงเขาก็ลุกขึ้นมาอีก แล้วจูงมือเธอเดินออกไป
“นี่…”
เฟิ่งจิ่วตะโกน ทว่าทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เพียงปล่อยเขาไป
ครั้นมาถึงในพระราชวัง จักรพรรดิกำลังหรี่ตานั่งพิงพนักอยู่หน้าโต๊ะยาว สิ่งที่จัดวางไว้บนโต๊ะยาวคืออาหารรสเลิศ ทว่าไม่เหมือนกับเมื่อวาน วันนี้ข้างๆ องค์จักรพรรดิวางเก้าอี้ไว้ตัวหนึ่ง รวมถึงชามตะเกียบอีกหนึ่งชุด
ยามนี้เอง ชายชุดเทาคนหนึ่งเข้ามากระซิบข้างหูเขาสองสามประโยค จักรพรรดิลืมตาขึ้นแล้วหัวเราะหยัน “คิดว่าข้าจะกินผู้หญิงของเขาหรือไร?”
กล่าวจบก็โบกๆ มือ “ช่างเถอะๆ จัดชามตะเกียบมาเพิ่มอีกชุดหนึ่งแล้วกัน!” แม้พูดเช่นนั้น ในนัยน์ตาเขากลับมีความยินดีที่ยากจะสังเกตพบ
………………………………………………….