ว มองร่างชุดแดงที่กำลังยุ่งวุ่นอยู่ตรงนั้น หัวใจอ่อนยวบลงอย่างอธิบายไม่ถูก เพียงรู้สึกว่ามีกระแสธารอุ่นไหลพล่านและท่วมท้นห้องหัวใจของเขา
ในตอนนี้ เขารู้สึกแต่ว่าหัวใจตัวเองสงบเงียบ ในดวงตามีเพียงร่างที่กำลังวุ่นเพราะเขา ความรู้สึกอบอุ่นเช่นนี้ประหนึ่งว่าหัวใจมีที่พักพิง ช่างวิเศษยิ่งนัก
ไม่ใช่ข้าวสวย ไม่ใช่ข้าวต้ม และยิ่งไม่ใช่ของว่าง สิ่งที่ทำมาเป็นเพียงบะหมี่หนึ่งชาม เฟิ่งจิ่วคิดว่าอาหารพวกนั้นเขากินจนเบื่อแล้ว เช่นนั้นก็ทำบะหมี่อย่างง่ายๆ ให้เขาสักชามแล้วกัน! บางทีความอยากอาหารของเขาอาจจะดีขึ้นบ้าง
ตั้งแต่นวดแป้งไปจนถึงยืดเส้นบะหมี่ ต้มน้ำและเอาใส่หม้อ จากนั้นใส่ชามจัดเครื่องเคียงด้านบนเรียบร้อย ทั้งหมดใช้เวลาไปครึ่งชั่วยามเต็ม เมื่อบะหมี่ร้อนๆ ถูกเธอยกมาวางบนโต๊ะข้างนอก เธอยิ้มแย้มเอ่ยว่า “เรียบร้อยแล้ว ท่านรีบชิมหน่อยว่ารสชาติเป็นอย่างไร?”
“ได้” เขาพยักหน้าตอบรับก่อนมานั่งตรงโต๊ะ บะหมี่เบื้องหน้าที่ธรรมดาทั่วไปเมื่อผ่านมือของเธอก็เปลี่ยนไปไม่ธรรมดาแล้ว
“มีผักเขียว ไข่ไก่ เนื้อ และต้นหอมซอย ข้ามองจนหิวแล้ว” ฮุยหลางลูบๆ ท้อง มองเฟิ่งจิ่วอย่างเอาใจ “ภูตหมอ ข้าเห็นว่าเจ้าเหมือนจะทำไว้เยอะเลย ข้างในมีส่วนของพวกเราหรือไม่ ยังไม่ลงหม้อต้มสินะ?”
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วยิ้มขึ้นมา ขณะกำลังจะบอกว่ามีก็ได้ยินเสียงของเซวียนหยวนโม่เจ๋อดังมา
“อยากกินก็ไปทำเอง นั่นเป็นของข้า!” เขากล่าวอย่างเอ