ุ้งเท้าหยิบ” อิ่งอีลุกขึ้นเดินไปในห้องครัว ไม่นานก็หยิบตะเกียบคู่หนึ่งกับน้ำแกงหนึ่งถ้วยรวมถึงของวางบางส่วนออกมา
“ทำไมเจ้าไม่หยิบเพิ่มมาอีกคู่ให้ข้าล่ะ?” ฮุยหลางถลึงตาถาม
อิ่งอีชายตามองเขา “เจ้าใช้อุ้งเท้าสะดวกกว่าไม่ใช่หรือ อีกอย่างข้าว่าเจ้าใกล้กินหมดแล้ว”
“อุ้งเท้าอะไรกัน? นี่มือต่างหาก” เขาเบิกตามองอิ่งอี หลังจากกินเสร็จอย่างรวดเร็วถึงลุกขึ้นมา “เจ้าค่อยๆ กินไปเถอะ!” กล่าวจบก็ก้าวยาวๆ จากไป
อิ่งอีไม่สนใจเขา ตนเองกินส่วนของตนเองไป
เช้าตรู่วันต่อมา ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เฟิ่งจิ่วก็ออกจากเรือนไปที่สวนดอกไม้หลวง
เธอไม่ลืมว่าวันนี้รับปากว่าจะเก็บน้ำค้างดอกไม้ไปชงชาให้จักรพรรดิดื่ม แม้เรื่องเช่นนี้ให้คนอื่นทำก็ได้ แต่ในเมื่อระบุชื่อให้เธอมาแล้ว จึงได้แต่ฝืนความง่วงตื่นนอนมาแต่เช้า
เธอเดินหาวมาถึงสวนดอกไม้หลวง ขณะมองดอกไม้งามที่ขึ้นอยู่เต็มสวน รวมถึงน้ำค้างที่รวมตัวกันบนกลีบดอก เธอครุ่นคิดดู คนจะเก็บน้ำค้างต้องเก็บทีละหยดๆ หรือ? หากเป็นเช่นนั้นจริง ดอกไม้ยามเช้าสองสามวันก็เก็บน้ำค้างได้แค่ไม่ถึงหนึ่งกาน้ำชา
ระหว่างคิด เธอหยิบขวดที่เตรียมมาเก็บน้ำค้างดอกไม้ออกมา ก่อนนำเข้าไปวางกลางพุ่มดอกไม้
………………………………………………….