ามมา อยู่ในวังคงไม่เกิดเรื่องหรอก” กล่าวจบก็ออกไปพร้อมเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
หลังจากเห็นทั้งสองคนออกไป ฮุยหลางยกอาหารมานั่งตรงโต๊ะ ถามขึ้นว่า “อิ่งอี เจ้าว่าเป็นเช่นนี้องค์จักรพรรดิพอใจหรือไม่พอใจภูตหมอ?”
อิ่งอีนั่งลงและตอบว่า “ใครจะไปรู้ความคิดของจักรพรรดิได้ แต่พระองค์น่าจะกำลังสังเกตการณ์นาง ดูว่าภูตหมอมีคุณสมบัติพอจะเป็นผู้หญิงอยู่ข้างนายท่านหรือไม่”
ฮุยหลางได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้า พูดอย่างเห็นด้วย “ใช่ ในเมื่อองค์จักรพรรดิเป็นเจ้าของจักรวรรดิเซวียนหยวน ซ้ำยังเป็นบิดาของนายท่าน แม้บอกว่าความสัมพันธ์ของเขากับนายท่านไม่ค่อยลงรอยกัน แต่มั่นใจเลยว่าจะไม่อนุญาตให้ผู้หญิงข้างกายนายท่านอ่อนด้อยหรืออ่อนแอเกินไป ไม่ว่าเปลี่ยนเป็นพ่อคนไหน ก็จะหาสิ่งที่ดีและโดดเด่นที่สุดให้ลูกชายตนเองอยู่แล้ว”
“เรื่องของพวกนายท่านพวกเขาจะจัดการกันเอง เรื่องนี้พวกเราไม่ต้องไปกังวล” อิ่งอีเอ่ย ชำเลืองมองฮุยหลางที่นั่งตรงข้ามกัน “ทำไมเจ้าถึงใช้มือเลย ไม่แม้แต่จะหยิบตะเกียบมาสักสองคู่?”
ฮุยหลางกินเกี๊ยวเนื้อใส ยื่นอุ้งเท้าไปหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง พอได้ยินคำพูดของสหายก็ชะงัก จากนั้นบอกว่า “เช่นนี้สะดวกดี อีกอย่างเมื่อครู่ข้าลืมหยิบตะเกียบมา กินๆ ไปไม่เป็นไรหรอก”
สิ้นเสียงยังหยิบเกี๊ยวเนื้อใสอีกชิ้นมายัดเข้าปาก เห็นอิ่งอีนั่งอยู่ตรงนั้นไม่กินจึงถาม “เจ้าไม่กินล่ะ ไม่หิวหรือไร?”
“ข้าไม่ใช่หมาป่าเสียหน่อย กินอาหารต้องใช้อ