ซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังคุยกันในลานบ้าน
“แม่นางเฟิ่ง องค์จักรพรรดิเรียกพบท่านเจ้าค่ะ”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ก็มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ก่อนจะลุกขึ้นมา “ข้าไปสักครู่ก็กลับมา” ขณะหมุนตัวจะออกไปกลับถูกเขาดึงมือไว้
“ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”
นางกำนัลก้มหน้าลง จำใจเอ่ยไปว่า “องค์รัชทายาท องค์จักรพรรดิตรัสว่าหากพระองค์ตามไปด้วย ฝ่าบาทจะเก็บแม่นางเฟิ่งไว้ในวังสักสิบวันครึ่งเดือน ไม่ให้แม่นางตามท่านกลับจวนเพคะ”
อันที่จริง คำพูดเดิมของจักรพรรดิคือ ‘หากเขากล้าตามติดมาเหมือนเงา บอกเขาว่าข้าจะเก็บผู้หญิงของเขาไว้ในวัง ไม่ให้เขาเห็นหน้าสักสิบวันครึ่งเดือน!’
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินคำพูดของนางกำนัล สีหน้าก็มืดดำทันใด
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ “ไม่เป็นไร ข้าจะไปดูสักหน่อย ท่านรอข้าตรงนี้เถอะ! มิเช่นนั้นก็กลับจวนไปก่อน”
“ข้าจะรอเจ้าที่นี่แล้วกัน!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าวโดยถอยให้ก้าวหนึ่ง คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไร
“ได้” เฟิ่งจิ่วรับคำ ก่อนจะตามนางกำนัลออกไป
ครั้นมาถึงภายในอีกตำหนักหนึ่ง เห็นเพียงว่าบนโต๊ะยาวจัดวางจานเล็กๆ ไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยจาน ทุกจานล้วนเป็นอาหารรสเลิศที่ทั้งประณีตและน้อยนัก เธอเห็นแล้วแปลกใจอยู่บ้าง ดวงตาฉายประกายรางๆ
แม้แต่ที่บ้านเธอก็ไม่ให้คนเตรียมอาหารมากมายเพียงนี้ ทั้งยังละเอียดอ่อนงดงามเช่นนี้ ที่นี่มีหลายอย่างที่เธอไม่เคยเห็น สิ่งที่ไม่เคยเจอ เธอมองเสียจนท้องหิวเล็กน้อย
จักรพรรดิที่นั่งอยู่